5 ประเด็นเด็ดก่อนแดงเดือดแมนยูปะทะลิเวอร์พูล
1.ชี้ชะตา โซลชา?
สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวหลายกระแสเหลือเกินเกี่ยวกับเก้าอี้กุนซือของ โซลชา โดยกระแสหนึ่งบอกว่า มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี อดีตกุนซือยูเวนตุสพร้อมจะมารับเผือกร้อนที่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกกระแสหนึ่งบอกว่าบอร์ดบริหารยังคงฝากอนาคตไว้กับ โซลชา และพร้อมจะทุ่มเงินเสริมทัพให้ตลาดนักเตะครั้งต่อไป
หากคืนนี้ ผีแดง พ่ายแพ้คาบ้านแบบหมดรูป เก้าอี้กุนซือของ โซลชา
จะกลับมาร้อนฉ่าอีกหรือไม่ เพราะจะทำให้ทีมไม่ชนะใครในเวลา 90 นาทีมา 5 นัดติดต่อกันแล้ว จมอยู่อันดับที่ 15 และมีแต้มห่างโซนตกชั้นแค่แต้มเดียวเท่านั้น โซลชา คงต้องภาวนาให้บอร์ดบริหารยังคงหนุนหลังเขาต่อไป แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นกุนซือผีแดงอาจจะชะตาขาดหลังศึกแดงเดือดเหมือนกุนซือคนก่อนก็เป็นได้
2.หงส์เตรียมทาบสถิติ
นอกจากเรื่องการลุ้นแชมป์และศักดิ์ศรีในเกมแดงเดือดของ ลิเวอร์พูล แล้ว ปีนี้ “หงส์แดง” มีลุ้นทำสถิติเป็นทีมที่คว้าชัยชนะเกมลีกติดต่อกันมากที่สุดอีกด้วย โดยสถิติสูงสุดตอนนี้เป็นของ แมนฯซิตี้ ที่ทำไว้ 18 นัดติดต่อกันเมื่อเดือนสิงหาคมถึงธันวาคมปี 2017 ส่วนตอนนี้ ลิเวอร์พูล ทำได้ 17 นัดติดต่อกันแล้ว ถ้าคืนนี้พวกเขาบุกไปฝัง ผีแดง ได้สำเร็จก็ทาบสถิติสูงสุดทันที และนอกจากนี้พวกเขาก็จะทำสถิติชนะ 9 เกมแรกของพรีเมียร์ลีกซึ่งมากที่สุดเท่ากับ เชลซี ทำไว้เมื่อฤดูกาล 2005/06
ผีแดง ต้องเจอกับข่าวร้ายเมื่อสองสตาร์คนสำคัญอย่าง ปอล ป็อกบา และ ดาบิด เด เคอา ไม่สามารถลงสนามได้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ อย่างที่เราทราบกันดีว่าการขาด ปอล ป็อกบา ส่งผลเสียหายถึงเกมรุกผีแดงเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่สามารถสร้างสรรค์เกมรุกเมื่อไม่มี ป็อกบา ส่วนการขาดนายด่านคนสำคัญอย่าง เด เคอา ก็สำคัญไม่แพ้กันเพราะเขาผ่านประสบการณ์ในเกมแดงเดือดมากมาย
ต้องมารอดูกันว่า โซลชา จะส่งใครลงเล่นกองกลางคู่กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีใครโชว์ฟอร์มได้ดีเลยแม้แต่น้อย ส่วนนายด่านคงต้องใช้ เซร์คิโอ โรเมโร่ เตรียมลงเฝ้าเสาคืนนี้
เขาเพิ่งจะลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 8 เท่านั้น
อย่างไรก็ตามผีแดงยังมีข่าวดีอยู่บ้างเมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, อารอน วาน-บิสซาก้า และลุค ชอว์ น่าจะฟิตสมบูรณ์ลงสนามในเกมคืนนี้
4.จอมเขมือบกุนซือ
โซลชา คงต้องระวังตัวไว้ให้ดีเพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ถือเป็นจอมกินกุนซือก็ว่าได้เนื่องจากตั้งแต่เขาเข้ามาคุม “หงส์แดง” นั้น กุนซือชาวเยอรมัน ทำให้โค้ชคู่แข่งโดนไล่ออกไปแล้ว 4 ราย ได้แก่ ฟรานเชสโก้ กุยโดลิน (สวอนซี, ตุลาคม 2016), สลาเวน บิลิช (เวสต์แฮม, พฤศจิกายน 2017), สลาวิซ่า โยคาโนวิช (ฟูแล่ม, พฤศจิกายน 2018) และโชเซ่ มูรินโญ่ (แมนฯ ยูไนเต็ด, ธันวาคม 2018)
5.ผียังดีมีสถิติข่ม
ศึกแดงเดือดครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 231 ที่สองทีมมาปะทะกัน แม้ตอนนี้ฟอร์มของ ผีแดง จะสู้กับจ่าฝูงแทบไม่ได้ แต่พวกเขายังมีสถิติที่พอจะยิ้มออกเนื่องจาก ลิเวอร์พูล ไม่สามารถบุกมาเก็บชัยชนะที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในการเจอกัน 6 ครั้งหลังสุดทุกรายการ (แพ้ 3 เสมอ 3) ส่วนการเจอกัน 10 นัดหลังสุดในลีก ลิเวอร์พูล เอาชนะได้แค่เกมเดียวเท่านั้นซึ่งเกิดขึ้นเมื่อฤดูกาลที่แล้วในสกอร์ 3-1

1.ชี้ชะตา โซลชา?
สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวหลายกระแสเหลือเกินเกี่ยวกับเก้าอี้กุนซือของ โซลชา โดยกระแสหนึ่งบอกว่า มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี อดีตกุนซือยูเวนตุสพร้อมจะมารับเผือกร้อนที่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกกระแสหนึ่งบอกว่าบอร์ดบริหารยังคงฝากอนาคตไว้กับ โซลชา และพร้อมจะทุ่มเงินเสริมทัพให้ตลาดนักเตะครั้งต่อไป
หากคืนนี้ ผีแดง พ่ายแพ้คาบ้านแบบหมดรูป เก้าอี้กุนซือของ โซลชา
จะกลับมาร้อนฉ่าอีกหรือไม่ เพราะจะทำให้ทีมไม่ชนะใครในเวลา 90 นาทีมา 5 นัดติดต่อกันแล้ว จมอยู่อันดับที่ 15 และมีแต้มห่างโซนตกชั้นแค่แต้มเดียวเท่านั้น โซลชา คงต้องภาวนาให้บอร์ดบริหารยังคงหนุนหลังเขาต่อไป แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นกุนซือผีแดงอาจจะชะตาขาดหลังศึกแดงเดือดเหมือนกุนซือคนก่อนก็เป็นได้
จะกลับมาร้อนฉ่าอีกหรือไม่ เพราะจะทำให้ทีมไม่ชนะใครในเวลา 90 นาทีมา 5 นัดติดต่อกันแล้ว จมอยู่อันดับที่ 15 และมีแต้มห่างโซนตกชั้นแค่แต้มเดียวเท่านั้น โซลชา คงต้องภาวนาให้บอร์ดบริหารยังคงหนุนหลังเขาต่อไป แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นกุนซือผีแดงอาจจะชะตาขาดหลังศึกแดงเดือดเหมือนกุนซือคนก่อนก็เป็นได้

2.หงส์เตรียมทาบสถิติ
นอกจากเรื่องการลุ้นแชมป์และศักดิ์ศรีในเกมแดงเดือดของ ลิเวอร์พูล แล้ว ปีนี้ “หงส์แดง” มีลุ้นทำสถิติเป็นทีมที่คว้าชัยชนะเกมลีกติดต่อกันมากที่สุดอีกด้วย โดยสถิติสูงสุดตอนนี้เป็นของ แมนฯซิตี้ ที่ทำไว้ 18 นัดติดต่อกันเมื่อเดือนสิงหาคมถึงธันวาคมปี 2017 ส่วนตอนนี้ ลิเวอร์พูล ทำได้ 17 นัดติดต่อกันแล้ว ถ้าคืนนี้พวกเขาบุกไปฝัง ผีแดง ได้สำเร็จก็ทาบสถิติสูงสุดทันที และนอกจากนี้พวกเขาก็จะทำสถิติชนะ 9 เกมแรกของพรีเมียร์ลีกซึ่งมากที่สุดเท่ากับ เชลซี ทำไว้เมื่อฤดูกาล 2005/06
นอกจากเรื่องการลุ้นแชมป์และศักดิ์ศรีในเกมแดงเดือดของ ลิเวอร์พูล แล้ว ปีนี้ “หงส์แดง” มีลุ้นทำสถิติเป็นทีมที่คว้าชัยชนะเกมลีกติดต่อกันมากที่สุดอีกด้วย โดยสถิติสูงสุดตอนนี้เป็นของ แมนฯซิตี้ ที่ทำไว้ 18 นัดติดต่อกันเมื่อเดือนสิงหาคมถึงธันวาคมปี 2017 ส่วนตอนนี้ ลิเวอร์พูล ทำได้ 17 นัดติดต่อกันแล้ว ถ้าคืนนี้พวกเขาบุกไปฝัง ผีแดง ได้สำเร็จก็ทาบสถิติสูงสุดทันที และนอกจากนี้พวกเขาก็จะทำสถิติชนะ 9 เกมแรกของพรีเมียร์ลีกซึ่งมากที่สุดเท่ากับ เชลซี ทำไว้เมื่อฤดูกาล 2005/06

ผีแดง ต้องเจอกับข่าวร้ายเมื่อสองสตาร์คนสำคัญอย่าง ปอล ป็อกบา และ ดาบิด เด เคอา ไม่สามารถลงสนามได้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ อย่างที่เราทราบกันดีว่าการขาด ปอล ป็อกบา ส่งผลเสียหายถึงเกมรุกผีแดงเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่สามารถสร้างสรรค์เกมรุกเมื่อไม่มี ป็อกบา ส่วนการขาดนายด่านคนสำคัญอย่าง เด เคอา ก็สำคัญไม่แพ้กันเพราะเขาผ่านประสบการณ์ในเกมแดงเดือดมากมาย
ต้องมารอดูกันว่า โซลชา จะส่งใครลงเล่นกองกลางคู่กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีใครโชว์ฟอร์มได้ดีเลยแม้แต่น้อย ส่วนนายด่านคงต้องใช้ เซร์คิโอ โรเมโร่ เตรียมลงเฝ้าเสาคืนนี้
เขาเพิ่งจะลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 8 เท่านั้น
เขาเพิ่งจะลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 8 เท่านั้น
อย่างไรก็ตามผีแดงยังมีข่าวดีอยู่บ้างเมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, อารอน วาน-บิสซาก้า และลุค ชอว์ น่าจะฟิตสมบูรณ์ลงสนามในเกมคืนนี้

4.จอมเขมือบกุนซือ
โซลชา คงต้องระวังตัวไว้ให้ดีเพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ถือเป็นจอมกินกุนซือก็ว่าได้เนื่องจากตั้งแต่เขาเข้ามาคุม “หงส์แดง” นั้น กุนซือชาวเยอรมัน ทำให้โค้ชคู่แข่งโดนไล่ออกไปแล้ว 4 ราย ได้แก่ ฟรานเชสโก้ กุยโดลิน (สวอนซี, ตุลาคม 2016), สลาเวน บิลิช (เวสต์แฮม, พฤศจิกายน 2017), สลาวิซ่า โยคาโนวิช (ฟูแล่ม, พฤศจิกายน 2018) และโชเซ่ มูรินโญ่ (แมนฯ ยูไนเต็ด, ธันวาคม 2018)
โซลชา คงต้องระวังตัวไว้ให้ดีเพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ถือเป็นจอมกินกุนซือก็ว่าได้เนื่องจากตั้งแต่เขาเข้ามาคุม “หงส์แดง” นั้น กุนซือชาวเยอรมัน ทำให้โค้ชคู่แข่งโดนไล่ออกไปแล้ว 4 ราย ได้แก่ ฟรานเชสโก้ กุยโดลิน (สวอนซี, ตุลาคม 2016), สลาเวน บิลิช (เวสต์แฮม, พฤศจิกายน 2017), สลาวิซ่า โยคาโนวิช (ฟูแล่ม, พฤศจิกายน 2018) และโชเซ่ มูรินโญ่ (แมนฯ ยูไนเต็ด, ธันวาคม 2018)

5.ผียังดีมีสถิติข่ม
ศึกแดงเดือดครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 231 ที่สองทีมมาปะทะกัน แม้ตอนนี้ฟอร์มของ ผีแดง จะสู้กับจ่าฝูงแทบไม่ได้ แต่พวกเขายังมีสถิติที่พอจะยิ้มออกเนื่องจาก ลิเวอร์พูล ไม่สามารถบุกมาเก็บชัยชนะที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในการเจอกัน 6 ครั้งหลังสุดทุกรายการ (แพ้ 3 เสมอ 3) ส่วนการเจอกัน 10 นัดหลังสุดในลีก ลิเวอร์พูล เอาชนะได้แค่เกมเดียวเท่านั้นซึ่งเกิดขึ้นเมื่อฤดูกาลที่แล้วในสกอร์ 3-1
ศึกแดงเดือดครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 231 ที่สองทีมมาปะทะกัน แม้ตอนนี้ฟอร์มของ ผีแดง จะสู้กับจ่าฝูงแทบไม่ได้ แต่พวกเขายังมีสถิติที่พอจะยิ้มออกเนื่องจาก ลิเวอร์พูล ไม่สามารถบุกมาเก็บชัยชนะที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในการเจอกัน 6 ครั้งหลังสุดทุกรายการ (แพ้ 3 เสมอ 3) ส่วนการเจอกัน 10 นัดหลังสุดในลีก ลิเวอร์พูล เอาชนะได้แค่เกมเดียวเท่านั้นซึ่งเกิดขึ้นเมื่อฤดูกาลที่แล้วในสกอร์ 3-1

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น