เปิด 5 ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด หยุดสถิติชนะรวดของลิเวอร์พูลในเกมแดงเดือดนัดแรกของฤดูกาล 2019/20
5.ปัจจัยในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล มีสถิติที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก การมาเยือนโรงละครแห่งความฝัน จากพวกเขาเก็บชัยได้เพียงครั้งเดียวในช่วงทศวรรษนี้ คือเกมที่ "หงส์แดง" บุกมาเอาชนะ 3-0 ในยุคของกุนซือ เดวิด มอยส์ ปี 2014 จากนั้นในยุคของกุนซือ หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ่ มูรินโญ่ รวมถึง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ไม่สามารถบุกมาเก็บชัยที่นี่ได้เลยจากผลงานแพ้ 3 เสมอ 3 รวมทุกรายการ
ในโรงละครแห่งความฝันสาวก "เร้ด เดวิลส์" จะสามารถสร้างแรงกดดันที่จะทำให้ลูกทีมของคล็อปป์เจองานที่ยากขึ้นอีก อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในเกมนี้ก็เป็นได้
4.โมฮาเหม็ด ซาลาห์
ปีกชาวอียิปต์ ต้องลุ้นอีกครั้งว่าจะฟิตทันกลับมาลงเล่น เกมแดงเดือดทันหรือไม่ จากเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บมาจากเกมที่ต้นสังกัดเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ที่ถูก ฮัมซ่า เชาด์รี่ กองกลางดาวรุ่ง "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เข้าเสียบจากด้านหลังช่วงนาทีที่ 89 ซึ่งเป็นเหตุทำให้ สตาร์วัย 27 ปี เล่นต่อไม่ไหว จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก
ซาลาห์ กลับมาลงเล่นได้ทันในเกมนี้ก็อาจอยู่ในช่วงที่เขาจะอยู่ ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจส่งผลต่อฟอร์มการเล่น ขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ยังไม่เคยทำประตูใส่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลยจากการลงเล่น 4 นัดในเกมแดงเดือด
3.เกมป้องกันที่เหนียวแน่น
แมนฯ ยูไเนต็ด เป็นอีกหนึ่งทีมที่มีเกมรับดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ การได้ทั้ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ อาร์รอน วาน บิสซาก้า มาทำให้แนวรับของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เกมนี้พวกเขาจะได้บรรดากองหลังตัวหลักคืนสนามครบครันทั้ง อาร์รอน วาน บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ ลุค ชอว์ กลับมาจากอาการบาดเจ็บทั้งหมด ซึ่งจะเป็นงานหนักที่ ลิเวอร์พูล อาจต้องเหนื่อยเช่นเดียวในเกมกับ นาโปลี, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หรือ เลสเตอร์ ซิตี้
2.สถิติแดงเดือดของคล็อปป์
ฤดูกาลที่แล้วชัยชนะ 3-1 ที่แอนฟิลด์เป็นเพียงชัยชนะครั้งที่สองของ คล็อปป์ ต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด จากเก้าครั้งที่เจอกัน และถือเป็นครั้งแรกในพรีเมียร์ลีก จากสถิติดังกล่าวทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เกรงกลัวต่อการมาเยือนของยอดทีมแห่งเมอร์ซีย์ไซด์เท่าไหร่นัก
1.อลีสซง เบ็คเกอร์
อลีสซง ดูเหมือนจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในเกมป้องกันให้กับ "หงส์แดง" ความเป็นผู้รักษาประตูระดับท็อปของโลกอาจทำให้ คล็อปป์ ตัดสินใจส่งเจ้าตัวกลับมายึดตัวจริงในเกมนี้หลังสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาได้ทัน
ในมุมกลับกันนายทวารชาวบราซิลต้องร้างสนามไปถึงหลายสัปดาห์ซึ่งอาจทำให้ฟอร์มของเขายังไม่เข้าที่และอาจจะเป็นผลเสียต่อทีมมากกว่าผลดี เนื่องจาก อาเดรียน ผู้รักษาประตูมือสองก็กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ยอดเยี่ยม
5.ปัจจัยในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล มีสถิติที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก การมาเยือนโรงละครแห่งความฝัน จากพวกเขาเก็บชัยได้เพียงครั้งเดียวในช่วงทศวรรษนี้ คือเกมที่ "หงส์แดง" บุกมาเอาชนะ 3-0 ในยุคของกุนซือ เดวิด มอยส์ ปี 2014 จากนั้นในยุคของกุนซือ หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ่ มูรินโญ่ รวมถึง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ไม่สามารถบุกมาเก็บชัยที่นี่ได้เลยจากผลงานแพ้ 3 เสมอ 3 รวมทุกรายการ
ในโรงละครแห่งความฝันสาวก "เร้ด เดวิลส์" จะสามารถสร้างแรงกดดันที่จะทำให้ลูกทีมของคล็อปป์เจองานที่ยากขึ้นอีก อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในเกมนี้ก็เป็นได้
4.โมฮาเหม็ด ซาลาห์
ปีกชาวอียิปต์ ต้องลุ้นอีกครั้งว่าจะฟิตทันกลับมาลงเล่น เกมแดงเดือดทันหรือไม่ จากเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บมาจากเกมที่ต้นสังกัดเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ที่ถูก ฮัมซ่า เชาด์รี่ กองกลางดาวรุ่ง "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เข้าเสียบจากด้านหลังช่วงนาทีที่ 89 ซึ่งเป็นเหตุทำให้ สตาร์วัย 27 ปี เล่นต่อไม่ไหว จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก
ซาลาห์ กลับมาลงเล่นได้ทันในเกมนี้ก็อาจอยู่ในช่วงที่เขาจะอยู่ ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจส่งผลต่อฟอร์มการเล่น ขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ยังไม่เคยทำประตูใส่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลยจากการลงเล่น 4 นัดในเกมแดงเดือด
3.เกมป้องกันที่เหนียวแน่น
แมนฯ ยูไเนต็ด เป็นอีกหนึ่งทีมที่มีเกมรับดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ การได้ทั้ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ อาร์รอน วาน บิสซาก้า มาทำให้แนวรับของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เกมนี้พวกเขาจะได้บรรดากองหลังตัวหลักคืนสนามครบครันทั้ง อาร์รอน วาน บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ ลุค ชอว์ กลับมาจากอาการบาดเจ็บทั้งหมด ซึ่งจะเป็นงานหนักที่ ลิเวอร์พูล อาจต้องเหนื่อยเช่นเดียวในเกมกับ นาโปลี, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หรือ เลสเตอร์ ซิตี้
2.สถิติแดงเดือดของคล็อปป์
ฤดูกาลที่แล้วชัยชนะ 3-1 ที่แอนฟิลด์เป็นเพียงชัยชนะครั้งที่สองของ คล็อปป์ ต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด จากเก้าครั้งที่เจอกัน และถือเป็นครั้งแรกในพรีเมียร์ลีก จากสถิติดังกล่าวทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เกรงกลัวต่อการมาเยือนของยอดทีมแห่งเมอร์ซีย์ไซด์เท่าไหร่นัก
1.อลีสซง เบ็คเกอร์
อลีสซง ดูเหมือนจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในเกมป้องกันให้กับ "หงส์แดง" ความเป็นผู้รักษาประตูระดับท็อปของโลกอาจทำให้ คล็อปป์ ตัดสินใจส่งเจ้าตัวกลับมายึดตัวจริงในเกมนี้หลังสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาได้ทัน
ในมุมกลับกันนายทวารชาวบราซิลต้องร้างสนามไปถึงหลายสัปดาห์ซึ่งอาจทำให้ฟอร์มของเขายังไม่เข้าที่และอาจจะเป็นผลเสียต่อทีมมากกว่าผลดี เนื่องจาก อาเดรียน ผู้รักษาประตูมือสองก็กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ยอดเยี่ยม

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น