อีกหนึ่งชัยชนะสุดล้ำค่า เป็นชัยชนะที่ไม่ได้สวยหรู ถือเป็นอีกสามแต้มที่มีค่ามากๆ เฉพาะอย่างยิ่ง กับการที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้แค่บุกไปเสมอ
ลิเวอร์พูล แต้ม ห่างกันถึง 11 แต้ม ถือเป็นการเติมกำลังใจที่ดีมากๆ สำหรับทัพ หงส์แดง ที่มีโปรแกรมหนักรออยู่ตลอดเดือนธันวาคมนี้
รูปเกมน่าเป็นห่วง ตรงไปตรงมาเลยว่า ช่วงหลายเกมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เล่นไม่ดีเลย แม้สามารถเก็บชัยชนะได้เรื่อยๆ แน่นอนว่า ชัยชนะ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปตลอดไม่ได้ คนเราไม่ได้ดวงดีเสมอไป และเกมนี้ก็เป็นอีกนัดที่พวกเขาเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน เฉพาะเกมรุกที่ขาดความดุดัน
อลีสซง เสียค่าโง่ กำลังจะปิดเกมคว้าชัยชนะแบบสบายๆ กลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่หืดจับสุด จะโทษใครไม่ได้เลยนอกจาก อลีสซง ที่โดนใบแดงจากการใช้มือปัดบอลนอกเขตโทษ จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม หากมองกันแบบแฟร์ๆ จังหวะดังกล่าว เดยัน ลอฟเรน ก็น่าจะช่วยได้ดีกว่านี้ด้วย แต่ยังไงซะ อลีสซง รับไปเต็มๆ
ฟรีคิกปัญหา ประตูตีไข่แตกของ ไบรท์ตัน จริงๆ แล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร
ถ้ามองทางฝั่ง ลิเวอร์พูล พวกเขาก็พลาดเองด้วย เพราะควรจะมีสมาธิมากกว่านี้ โดยเฉพาะ อาเดรียน นายประตูสำรอง ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ตัวผู้ตัดสิน เพราะกรรมการ
บางคนเลือกที่จะรอให้ทุกอย่างเข้าที่ก่อน จากนั้นก็ค่อยเป่าให้ยิงฟรีคิก ทว่าผู้ตัดสินในเกมนี้ดันเป็นเปาที่ชื่อว่า มาร์ติน แอตกินสัน ไงล่ะ
คลีนชีตที่หายากหาเย็น จากที่เสียประตูติดๆ มา 11 นัดรวมทุกรายการ ดังนั้นเกมนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะเก็บคลีตชีตได้ และก็กำลังจะทำได้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายมาเสียประตูแบบไม่น่าเสีย
สถิติถูกยืดออกไปเป็น 12 เกมติดแล้วที่เสียประตู
ซูเปอร์ฮีโร่ ฟาน ไดค์ เพราะเกมนี้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ถือเป็นพระเอกของ ลิเวอร์พูล นอกจากเหมาทำคนเดียวสองประตูจากลูกโขกแล้ว ยังทำงานหนักมากในเกมรับด้วย โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกม
ที่ทีมเหลือผู้เล่น 10 คน
หลังจากนี้คือบททดสอบของจริง เป็นการรักษาโมเมนตัมที่ดี แต่หลังจากนี้ไปถือเป็นศึกหนักอย่างแท้จริง เพราะนอกจากต้องกรำศึกหนักทั้งเกมลีก, แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึง ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ แล้ว ยังจะต้องขาดแข้งแกนหลักอย่าง ฟาบินโญ่ และ อลีสซง ก็จะต้องติดโทษแบนด้วย (พลาดลงเจอกับ เอฟเวอร์ตัน วันพุธนี้แน่นอน)
ลิเวอร์พูล แต้ม ห่างกันถึง 11 แต้ม ถือเป็นการเติมกำลังใจที่ดีมากๆ สำหรับทัพ หงส์แดง ที่มีโปรแกรมหนักรออยู่ตลอดเดือนธันวาคมนี้
รูปเกมน่าเป็นห่วง ตรงไปตรงมาเลยว่า ช่วงหลายเกมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เล่นไม่ดีเลย แม้สามารถเก็บชัยชนะได้เรื่อยๆ แน่นอนว่า ชัยชนะ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปตลอดไม่ได้ คนเราไม่ได้ดวงดีเสมอไป และเกมนี้ก็เป็นอีกนัดที่พวกเขาเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน เฉพาะเกมรุกที่ขาดความดุดัน
อลีสซง เสียค่าโง่ กำลังจะปิดเกมคว้าชัยชนะแบบสบายๆ กลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่หืดจับสุด จะโทษใครไม่ได้เลยนอกจาก อลีสซง ที่โดนใบแดงจากการใช้มือปัดบอลนอกเขตโทษ จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม หากมองกันแบบแฟร์ๆ จังหวะดังกล่าว เดยัน ลอฟเรน ก็น่าจะช่วยได้ดีกว่านี้ด้วย แต่ยังไงซะ อลีสซง รับไปเต็มๆ
ฟรีคิกปัญหา ประตูตีไข่แตกของ ไบรท์ตัน จริงๆ แล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร
ถ้ามองทางฝั่ง ลิเวอร์พูล พวกเขาก็พลาดเองด้วย เพราะควรจะมีสมาธิมากกว่านี้ โดยเฉพาะ อาเดรียน นายประตูสำรอง ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ตัวผู้ตัดสิน เพราะกรรมการ
บางคนเลือกที่จะรอให้ทุกอย่างเข้าที่ก่อน จากนั้นก็ค่อยเป่าให้ยิงฟรีคิก ทว่าผู้ตัดสินในเกมนี้ดันเป็นเปาที่ชื่อว่า มาร์ติน แอตกินสัน ไงล่ะ
คลีนชีตที่หายากหาเย็น จากที่เสียประตูติดๆ มา 11 นัดรวมทุกรายการ ดังนั้นเกมนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะเก็บคลีตชีตได้ และก็กำลังจะทำได้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายมาเสียประตูแบบไม่น่าเสีย
สถิติถูกยืดออกไปเป็น 12 เกมติดแล้วที่เสียประตู
ซูเปอร์ฮีโร่ ฟาน ไดค์ เพราะเกมนี้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ถือเป็นพระเอกของ ลิเวอร์พูล นอกจากเหมาทำคนเดียวสองประตูจากลูกโขกแล้ว ยังทำงานหนักมากในเกมรับด้วย โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกม
ที่ทีมเหลือผู้เล่น 10 คน
หลังจากนี้คือบททดสอบของจริง เป็นการรักษาโมเมนตัมที่ดี แต่หลังจากนี้ไปถือเป็นศึกหนักอย่างแท้จริง เพราะนอกจากต้องกรำศึกหนักทั้งเกมลีก, แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึง ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ แล้ว ยังจะต้องขาดแข้งแกนหลักอย่าง ฟาบินโญ่ และ อลีสซง ก็จะต้องติดโทษแบนด้วย (พลาดลงเจอกับ เอฟเวอร์ตัน วันพุธนี้แน่นอน)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น