ผ่า 5 ประเด็น แมนซิตี้ แพ้ วูล์ฟส์
1. เอแดร์ซอน-เกมรับจุดเปลี่ยนสำคัญ
แมนฯ ซิตี้ จำเป็นต้องใช้ นิโคลัส โอตาเมนดี้ กับ แฟร์นานดินโญ่ เป็นหัวใจในเกมรับของทีม โดยแมตช์นี้พวกเขาเล่นได้น่าผิดหวังมากๆ อย่างในจังหวะที่ คอนอร์ เคาดี้ วางบอลยาวข้ามหัว โอตาเมนดี้ ทำให้ ดีเอโก้ โชต้า หลุดเดี่ยว และ เอแดร์ซอน ไม่มีทางเลือกต้องหยุดคู่แข่งจนเป็นเหตุให้โดนใบแดง
2. วีเออาร์, จุดโทษ, ยิงใหม่
ยิงจุดโทษ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดไปโดน รุย ปาตริซิโอ เซฟได้อย่างหงุดหวิด ก่อนที่ เคาดี้ จะวิ่งเข้าไปเตะบอลทิ้ง อย่างไรก็ตามมีการยืนยันจากทีม วีเออาร์ ระบุให้มีการยิงจุดโทษใหม่เพราะสัญญาณบ่งบอกว่ามีการรุกล้ำจากทีมรุกและทีมรับซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเล่น เข้ามาในเขตโทษก่อนที่จะยิงประตู
3. ตราโอเร่ โคตรเก่งโคตรแกร่ง
ประกายแห่งความหวังแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 55 สเตอร์ลิง ทำเสียบอลกลางสนาม รูเบน เนเวส จ่ายออกขวาให้ ตราโอเร่ ลากลุยแบบข้ามาคนเดียวก่อนตะบันเต็มข้อบอลพุ่งเลียดทะยานชนโคนเสาเข้าไปอย่างงดงามชนิดที่ บราโว่ หมดปัญญาเซฟได้
4. เป๊ปปรับหมากพลาด
จากการที่เหลือนักเตะแค่ 10 คน ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ปรับหมากมาเล่นระบบ 4-4-1 โดยขยับ ซิลวา ถ่างออกไปยืนทางฝั่งซ้าย และ เดอ บรอยน์ ต้องถอยลงมายืนลึก นั่นทำให้
สเตอร์ลิง ต้องยืนอยู่แนวรุกเพียงคนเดียว แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังได้ประตูขึ้นนำจากจุดโทษ
5. การลุ้นแชมป์เลือนลาง
ตอนนี้ต้องยอมรับว่า แมนฯ ซิตี้ มีโอกาสเลือนลางเหลือเกินที่จะสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัยติดต่อกัน แต่ ณ เวลานี้แชมป์ลีกยังไม่ได้รับการการันตีร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นทุกอย่างยังคงเป็นไปได้เสมอ
1. เอแดร์ซอน-เกมรับจุดเปลี่ยนสำคัญ
แมนฯ ซิตี้ จำเป็นต้องใช้ นิโคลัส โอตาเมนดี้ กับ แฟร์นานดินโญ่ เป็นหัวใจในเกมรับของทีม โดยแมตช์นี้พวกเขาเล่นได้น่าผิดหวังมากๆ อย่างในจังหวะที่ คอนอร์ เคาดี้ วางบอลยาวข้ามหัว โอตาเมนดี้ ทำให้ ดีเอโก้ โชต้า หลุดเดี่ยว และ เอแดร์ซอน ไม่มีทางเลือกต้องหยุดคู่แข่งจนเป็นเหตุให้โดนใบแดง
2. วีเออาร์, จุดโทษ, ยิงใหม่
ยิงจุดโทษ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดไปโดน รุย ปาตริซิโอ เซฟได้อย่างหงุดหวิด ก่อนที่ เคาดี้ จะวิ่งเข้าไปเตะบอลทิ้ง อย่างไรก็ตามมีการยืนยันจากทีม วีเออาร์ ระบุให้มีการยิงจุดโทษใหม่เพราะสัญญาณบ่งบอกว่ามีการรุกล้ำจากทีมรุกและทีมรับซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเล่น เข้ามาในเขตโทษก่อนที่จะยิงประตู
3. ตราโอเร่ โคตรเก่งโคตรแกร่ง
ประกายแห่งความหวังแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 55 สเตอร์ลิง ทำเสียบอลกลางสนาม รูเบน เนเวส จ่ายออกขวาให้ ตราโอเร่ ลากลุยแบบข้ามาคนเดียวก่อนตะบันเต็มข้อบอลพุ่งเลียดทะยานชนโคนเสาเข้าไปอย่างงดงามชนิดที่ บราโว่ หมดปัญญาเซฟได้
4. เป๊ปปรับหมากพลาด
จากการที่เหลือนักเตะแค่ 10 คน ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ปรับหมากมาเล่นระบบ 4-4-1 โดยขยับ ซิลวา ถ่างออกไปยืนทางฝั่งซ้าย และ เดอ บรอยน์ ต้องถอยลงมายืนลึก นั่นทำให้
สเตอร์ลิง ต้องยืนอยู่แนวรุกเพียงคนเดียว แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังได้ประตูขึ้นนำจากจุดโทษ
5. การลุ้นแชมป์เลือนลาง
ตอนนี้ต้องยอมรับว่า แมนฯ ซิตี้ มีโอกาสเลือนลางเหลือเกินที่จะสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัยติดต่อกัน แต่ ณ เวลานี้แชมป์ลีกยังไม่ได้รับการการันตีร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นทุกอย่างยังคงเป็นไปได้เสมอ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น