ลิเวอร์พูล-วัตฟอร์ด
ความที่เตะเป็นคู่แรกประจำโปรแกรมนัดที่ 17 ทำให้ ลิเวอร์พูล มีโอกาสทองที่จะฉีกหนี เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมในอันดับสองเพิ่มเป็น 11 คะแนนก่อน โดยพวกเขาจะได้เปิดบ้าน
รับการมาเยือนของ วัตฟอร์ด
ที่จริงแล้ว วัตฟอร์ด เคยมาชนะที่ แอนฟิลด์ ได้ตั้งแต่หนแรกที่มาเยือนสนามแห่งนี้ในการเล่นเกมระดับ พรีเมียร์ลีก (ไม่นับสมัยที่ลีกสูงสุดใช้ชื่อ ดิวิชั่น 1)
โดยเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1999 ซึ่งวันนั้นพวกเขาชนะไป 1-0 แต่ 5 นัดหลังสุดที่มาเยือน แอนฟิลด์ พวกเขาแพ้รวด ซ้ำร้ายยังยิงได้เพียง 1 ลูก
และเสียไปรวมแล้ว 20 ประตูด้วยกัน
เชลซี-บอร์นมัธ
เชลซี กำลังอยู่ในช่วงเครื่องสะดุด จากการแพ้ในลีกถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุด แต่พวกเขาก็น่าจะมีกำลังใจที่ดีจากการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ได้ แถมถ้าชนะเกมนี้ได้ พวกเขาก็จะทำแต้มเท่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ถ้าหาก แทมมี่ อับราฮัม ทำประตูในเกมนี้ได้แล้วล่ะก็ เขาก็จะกลายเป็นนักเตะคนแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2010 ที่สามารถทำประตูในเกมลีกให้ เชลซี
ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ถึง 3 นัดติดต่อกัน บังเอิญเหลือเกินที่คนสุดท้ายที่ทำอย่างนั้นได้ก็คือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนปัจจุบันของ เชลซี เอง
เลสเตอร์-นอริช
ขณะที่เกมระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ วัตฟอร์ด เป็นการเจอกันของจ่าฝูงและบ๊วย คู่นี้เองก็มีอารมณ์คล้ายๆ กัน เพราะฝั่ง เลสเตอร์ เป็นรองจ่าฝูงในตอนนี้ ขณะที่ นอริช ปัจจุบันเป็นรองบ๊วย โดยที่มีคะแนนห่างจากโซนปลอดภัยถึง 4 แต้ม ก่อนลงเล่นเกมลีกนัดที่ 17 ของซีซั่น
เลสเตอร์ ไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บใดๆ ทำให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สามารถจัดทีมชุดที่ดีที่สุดลงล่า 3 แต้มได้
นอกจากนี้ ในเกมลีก 8 นัดหลังสุดที่ เลสเตอร์ ชนะรวดนั้น พวกเขาก็ทำได้ถึง 25 ประตู และเสียเพียง 3 ลูก แถมแต่ละนัดพวกเขาก็ทำประตูได้อย่างน้อย 2 ลูกด้วย ขณะที่ฤดูกาลนี้ นอริช ก็เสียประตูอย่างน้อย 2 ลูกต่อนัด มากถึง 13 เกม จากการลงเล่นในลีก 16 นัด
แมนฯ ยูไนเต็ด-เอฟเวอร์ตัน
หลังจากฟอร์มสะดุดไปพักใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วยการชนะมา 3 นัดติดต่อกันในทุกรายการ และถ้านับเฉพาะในลีกพวกเขาก็โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจจนชนะทั้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 2-1 ทั้ง 2 เกม
สำหรับคู่นี้นั้นเจอกันในเกม พรีเมียร์ลีก มาแล้ว 54 หน โดยที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะไป 36 ครั้ง ซึ่งในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก มันไม่เคยมีทีมไหนที่ชนะคู่แข่งรายเดียวกันมากถึงขนาดนี้เลย
ครั้งล่าสุดที่เจอกัน เอฟเวอร์ตัน ถล่ม แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแบบขาดลอย 4-0 แต่ เอฟเวอร์ตัน ก็ไม่ชนะ "ปีศาจแดง" ในลีกอย่างน้อย 2 นัดติดต่อกันอีกเลย
นับตั้งแต่ที่เคยเก็บ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แบบเหย้า-เยือน ในฤดูกาล 2013-14
วูล์ฟส์-สเปอร์ส
หนึ่งในคู่ที่น่าสนใจที่สุดของสัปดาห์นี้ เพราะหลังจากเตะไปแล้ว 16 นัด วูล์ฟส์ ครองอันดับ 5 ของตารางคะแนน และลงเล่นเกมนี้ด้วยการพกสถิติไม่แพ้ใครในลีกมา 11 นัดติด ขณะที่ สเปอร์ส ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ชนะในลีกมา 3 จาก 4 เกมหลังสุด
อย่างไรก็ตาม สเปอร์ส ก็แพ้ในลีกแค่เกมเดียวจาก 5 นัดที่ไปเยือน วูล์ฟส์ โดยความปราชัยดังกล่าวเป็นสกอร์ 0-1 เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2010
ส่วนอีก 4 นัด สเปอร์ส ชนะ 3 เกม และเสมอ 1 หน
อาร์เซน่อล-แมนฯ ซิตี้
ตามชื่อชั้นของทีมแล้วนี่ถือเป็นบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ อาร์เซน่อล เพิ่งชนะในลีกได้สักที หลังจากก่อนหน้านั้นไม่ชนะในลีกเลยมาถึง 7 นัดติดต่อกัน ส่วน แมนฯ ซิตี้ ก็หมายมั่นปั้นมือที่จะแก้ตัวให้ได้ หลังจากนัดล่าสุดในลีกพวกเขาแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2
นอกจากนี้ ถ้าหากทีมของกุนซือ โจเซป กวาร์ดิโอล่า เอาชนะเกมนี้ได้ พวกเขาก็จะกลายเป็นทีมแรกในรอบราว 24 ปีที่บุกไปชนะ อาร์เซน่อล ถึงบ้านของ "ไอ้ปืนใหญ่" ในเกมลีกสูงสุดได้ถึง 3 นัดติดต่อกัน โดยทีมสุดท้ายที่ทำอย่างนั้นได้คือ เวสต์แฮม ที่ทำเอาไว้ระหว่างปี 1991-1995
ความที่เตะเป็นคู่แรกประจำโปรแกรมนัดที่ 17 ทำให้ ลิเวอร์พูล มีโอกาสทองที่จะฉีกหนี เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมในอันดับสองเพิ่มเป็น 11 คะแนนก่อน โดยพวกเขาจะได้เปิดบ้าน
รับการมาเยือนของ วัตฟอร์ด
ที่จริงแล้ว วัตฟอร์ด เคยมาชนะที่ แอนฟิลด์ ได้ตั้งแต่หนแรกที่มาเยือนสนามแห่งนี้ในการเล่นเกมระดับ พรีเมียร์ลีก (ไม่นับสมัยที่ลีกสูงสุดใช้ชื่อ ดิวิชั่น 1)
โดยเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1999 ซึ่งวันนั้นพวกเขาชนะไป 1-0 แต่ 5 นัดหลังสุดที่มาเยือน แอนฟิลด์ พวกเขาแพ้รวด ซ้ำร้ายยังยิงได้เพียง 1 ลูก
และเสียไปรวมแล้ว 20 ประตูด้วยกัน
เชลซี-บอร์นมัธ
เชลซี กำลังอยู่ในช่วงเครื่องสะดุด จากการแพ้ในลีกถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุด แต่พวกเขาก็น่าจะมีกำลังใจที่ดีจากการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ได้ แถมถ้าชนะเกมนี้ได้ พวกเขาก็จะทำแต้มเท่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ถ้าหาก แทมมี่ อับราฮัม ทำประตูในเกมนี้ได้แล้วล่ะก็ เขาก็จะกลายเป็นนักเตะคนแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2010 ที่สามารถทำประตูในเกมลีกให้ เชลซี
ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ถึง 3 นัดติดต่อกัน บังเอิญเหลือเกินที่คนสุดท้ายที่ทำอย่างนั้นได้ก็คือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนปัจจุบันของ เชลซี เอง
เลสเตอร์-นอริช
ขณะที่เกมระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ วัตฟอร์ด เป็นการเจอกันของจ่าฝูงและบ๊วย คู่นี้เองก็มีอารมณ์คล้ายๆ กัน เพราะฝั่ง เลสเตอร์ เป็นรองจ่าฝูงในตอนนี้ ขณะที่ นอริช ปัจจุบันเป็นรองบ๊วย โดยที่มีคะแนนห่างจากโซนปลอดภัยถึง 4 แต้ม ก่อนลงเล่นเกมลีกนัดที่ 17 ของซีซั่น
เลสเตอร์ ไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บใดๆ ทำให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สามารถจัดทีมชุดที่ดีที่สุดลงล่า 3 แต้มได้
นอกจากนี้ ในเกมลีก 8 นัดหลังสุดที่ เลสเตอร์ ชนะรวดนั้น พวกเขาก็ทำได้ถึง 25 ประตู และเสียเพียง 3 ลูก แถมแต่ละนัดพวกเขาก็ทำประตูได้อย่างน้อย 2 ลูกด้วย ขณะที่ฤดูกาลนี้ นอริช ก็เสียประตูอย่างน้อย 2 ลูกต่อนัด มากถึง 13 เกม จากการลงเล่นในลีก 16 นัด
แมนฯ ยูไนเต็ด-เอฟเวอร์ตัน
หลังจากฟอร์มสะดุดไปพักใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วยการชนะมา 3 นัดติดต่อกันในทุกรายการ และถ้านับเฉพาะในลีกพวกเขาก็โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจจนชนะทั้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 2-1 ทั้ง 2 เกม
สำหรับคู่นี้นั้นเจอกันในเกม พรีเมียร์ลีก มาแล้ว 54 หน โดยที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะไป 36 ครั้ง ซึ่งในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก มันไม่เคยมีทีมไหนที่ชนะคู่แข่งรายเดียวกันมากถึงขนาดนี้เลย
ครั้งล่าสุดที่เจอกัน เอฟเวอร์ตัน ถล่ม แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแบบขาดลอย 4-0 แต่ เอฟเวอร์ตัน ก็ไม่ชนะ "ปีศาจแดง" ในลีกอย่างน้อย 2 นัดติดต่อกันอีกเลย
นับตั้งแต่ที่เคยเก็บ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แบบเหย้า-เยือน ในฤดูกาล 2013-14
วูล์ฟส์-สเปอร์ส
หนึ่งในคู่ที่น่าสนใจที่สุดของสัปดาห์นี้ เพราะหลังจากเตะไปแล้ว 16 นัด วูล์ฟส์ ครองอันดับ 5 ของตารางคะแนน และลงเล่นเกมนี้ด้วยการพกสถิติไม่แพ้ใครในลีกมา 11 นัดติด ขณะที่ สเปอร์ส ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ชนะในลีกมา 3 จาก 4 เกมหลังสุด
อย่างไรก็ตาม สเปอร์ส ก็แพ้ในลีกแค่เกมเดียวจาก 5 นัดที่ไปเยือน วูล์ฟส์ โดยความปราชัยดังกล่าวเป็นสกอร์ 0-1 เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2010
ส่วนอีก 4 นัด สเปอร์ส ชนะ 3 เกม และเสมอ 1 หน
อาร์เซน่อล-แมนฯ ซิตี้
ตามชื่อชั้นของทีมแล้วนี่ถือเป็นบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ อาร์เซน่อล เพิ่งชนะในลีกได้สักที หลังจากก่อนหน้านั้นไม่ชนะในลีกเลยมาถึง 7 นัดติดต่อกัน ส่วน แมนฯ ซิตี้ ก็หมายมั่นปั้นมือที่จะแก้ตัวให้ได้ หลังจากนัดล่าสุดในลีกพวกเขาแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2
นอกจากนี้ ถ้าหากทีมของกุนซือ โจเซป กวาร์ดิโอล่า เอาชนะเกมนี้ได้ พวกเขาก็จะกลายเป็นทีมแรกในรอบราว 24 ปีที่บุกไปชนะ อาร์เซน่อล ถึงบ้านของ "ไอ้ปืนใหญ่" ในเกมลีกสูงสุดได้ถึง 3 นัดติดต่อกัน โดยทีมสุดท้ายที่ทำอย่างนั้นได้คือ เวสต์แฮม ที่ทำเอาไว้ระหว่างปี 1991-1995

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น