1. เรื่องประหลาดใจ
แค่เห็นรายชื่อเชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยไม่น้อยคงรู้สึกประหลาดใจที่ อากิระ นิชิโนะ เลือกใช้ เอลเลียส ดอเลาะ เซนเตอร์ฮาล์ฟร่างยักษ์ จาก การท่าเรือ เอฟซี ลงเป็นตัวจริงคู่กับ มานูเอล ทอม เบียร์ แทนที่จะใช้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ หรือ พรรษา เหมวิบูลย์ ที่หายเจ็บฟิตพร้อมลงสนาม และเป็นครั้งแรก
แบ็กซ้าย ผู้ได้รับหน้าที่ประจำการตำแหน่งนี้แทน อุ้ม-ธีราทร บุญมาทัน ที่ติดโทษแบนคือ กรกช วิริยะอุดมศิริ ซึ่งก็ผิดคาดเช่นกัน เพราะส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าน่าจะใช้ ศศลักษณ์ ไหประโคน ลงเล่นเพื่อรับมือกับ โมฮามาดู ซูมาเรห์
แนวรุก น่าสนใจเลยว่า เอกนิษฐ์ ปัญญา, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ สุภโชค สารชาติ ที่ยืนหลังหน้าเป้า ธีรศิลป์ แดงดา นั้น เป็น 3 ผู้เล่นที่มีความจี๊ดจ๊าด
2. เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง?
มาเลเซีย ค่อยๆ จูนจังหวะของตัวเอง โดยอาศัยตัวริมเส้นที่มีความเร็ว ตอนแรก ซูมาเรห์ ปักหลักทางขวา แต่ต่อมาเขาสลับไปฝั่งตรงข้าม และก็เห็นผลทันทีเมื่อ ซูมาเลห์ เป็นคนแอสซิสต์ให้ เบรนเดน กาน ดาวเตะลูกครึ่งมาเล-ออสเตรเลียน วิ่งมาชาร์จ ท่ามกลางแนวรับของไทยที่ยืนกันอยู่สามคน
3. ครึ่งหลังหนักกว่าเดิม
นิชิโนะ แก้เกมด้วยการส่ง ศิวกร เตียตระกูล ลงไปแทน สารัช แล้วโดนยิงขึ้นนำ โค้ชจากแดนอาทิตย์อุทัยก็หวังพึ่งลูกจ่ายของ เจ้าเฟย เพื่อทะลวงแนวรับเจ้าถิ่น แต่ก็ยังไม่เห็นผลอยู่ดี วันนี้ แนวรับที่ ตัน เชง โฮ วางมาเพื่อหยุดเกมรุกของไทย ทำได้ดีมากๆ โดยเฉพาะการเก็บ ชนาธิป และ ธีรศิลป์ ได้อยู่หมัด ส่วน สุภโชค และ เอกนิษฐ์ ก็เล่นไม่ออก
4. มองเขาแล้วมองเรา
กล้าที่จะเปลี่ยนระบบการเล่น จากที่เมื่อก่อน เราจะคุ้ยชื่อของ นอร์ชารูล ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และเล่นระบบ 4-5-1 แต่หลังบุกพ่ายแพ้ต่อ เวียดนาม 0-1 ในเกมที่ทำผลงานได้สูสีกับเจ้าถิ่น กุนซือรายนี้ก็ปรับระบบการเล่นเป็น 4-3-3 ดรอป นอร์ชารูล เป็นตัวสำรอง แล้วดันเอา ราฟิค อาเหม็ด ยืนเป็นกองหน้า ซึ่งทำโชว์ฟอร์มได้เข้าตาในเกมชนะ ทาจิกิสถาน
5. สถานการณ์บังคับ
มองอย่างแย่ที่สุด ถ้าเกมวันอังคาร ที่จะถึงนี้ เราไม่ได้ชัยชนะกลับออกมา แล้ว มาเลเซีย ได้สามคะแนนเหนือ ทัพการูด้า ช้างศึก ของเราจะตกจากอันดับสองทันที ซึ่งหากเกิดขึ้นแบบนี้ โอกาสที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปถือว่าหนักจริงๆ
ฉะนั้น เป้าหมายเกมหน้าคือ ชัยชนะ เพื่อประคองโอกาสที่มีให้อยู่ในมือต่อไป และสถานการณ์บังคับอีกอย่างหนึ่งคือ ห้ามแพ้กลับออกมาเด็ดขาด!
แค่เห็นรายชื่อเชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยไม่น้อยคงรู้สึกประหลาดใจที่ อากิระ นิชิโนะ เลือกใช้ เอลเลียส ดอเลาะ เซนเตอร์ฮาล์ฟร่างยักษ์ จาก การท่าเรือ เอฟซี ลงเป็นตัวจริงคู่กับ มานูเอล ทอม เบียร์ แทนที่จะใช้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ หรือ พรรษา เหมวิบูลย์ ที่หายเจ็บฟิตพร้อมลงสนาม และเป็นครั้งแรก
แบ็กซ้าย ผู้ได้รับหน้าที่ประจำการตำแหน่งนี้แทน อุ้ม-ธีราทร บุญมาทัน ที่ติดโทษแบนคือ กรกช วิริยะอุดมศิริ ซึ่งก็ผิดคาดเช่นกัน เพราะส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าน่าจะใช้ ศศลักษณ์ ไหประโคน ลงเล่นเพื่อรับมือกับ โมฮามาดู ซูมาเรห์
แนวรุก น่าสนใจเลยว่า เอกนิษฐ์ ปัญญา, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ สุภโชค สารชาติ ที่ยืนหลังหน้าเป้า ธีรศิลป์ แดงดา นั้น เป็น 3 ผู้เล่นที่มีความจี๊ดจ๊าด
2. เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง?
มาเลเซีย ค่อยๆ จูนจังหวะของตัวเอง โดยอาศัยตัวริมเส้นที่มีความเร็ว ตอนแรก ซูมาเรห์ ปักหลักทางขวา แต่ต่อมาเขาสลับไปฝั่งตรงข้าม และก็เห็นผลทันทีเมื่อ ซูมาเลห์ เป็นคนแอสซิสต์ให้ เบรนเดน กาน ดาวเตะลูกครึ่งมาเล-ออสเตรเลียน วิ่งมาชาร์จ ท่ามกลางแนวรับของไทยที่ยืนกันอยู่สามคน
3. ครึ่งหลังหนักกว่าเดิม
นิชิโนะ แก้เกมด้วยการส่ง ศิวกร เตียตระกูล ลงไปแทน สารัช แล้วโดนยิงขึ้นนำ โค้ชจากแดนอาทิตย์อุทัยก็หวังพึ่งลูกจ่ายของ เจ้าเฟย เพื่อทะลวงแนวรับเจ้าถิ่น แต่ก็ยังไม่เห็นผลอยู่ดี วันนี้ แนวรับที่ ตัน เชง โฮ วางมาเพื่อหยุดเกมรุกของไทย ทำได้ดีมากๆ โดยเฉพาะการเก็บ ชนาธิป และ ธีรศิลป์ ได้อยู่หมัด ส่วน สุภโชค และ เอกนิษฐ์ ก็เล่นไม่ออก
4. มองเขาแล้วมองเรา
กล้าที่จะเปลี่ยนระบบการเล่น จากที่เมื่อก่อน เราจะคุ้ยชื่อของ นอร์ชารูล ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และเล่นระบบ 4-5-1 แต่หลังบุกพ่ายแพ้ต่อ เวียดนาม 0-1 ในเกมที่ทำผลงานได้สูสีกับเจ้าถิ่น กุนซือรายนี้ก็ปรับระบบการเล่นเป็น 4-3-3 ดรอป นอร์ชารูล เป็นตัวสำรอง แล้วดันเอา ราฟิค อาเหม็ด ยืนเป็นกองหน้า ซึ่งทำโชว์ฟอร์มได้เข้าตาในเกมชนะ ทาจิกิสถาน
5. สถานการณ์บังคับ
มองอย่างแย่ที่สุด ถ้าเกมวันอังคาร ที่จะถึงนี้ เราไม่ได้ชัยชนะกลับออกมา แล้ว มาเลเซีย ได้สามคะแนนเหนือ ทัพการูด้า ช้างศึก ของเราจะตกจากอันดับสองทันที ซึ่งหากเกิดขึ้นแบบนี้ โอกาสที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปถือว่าหนักจริงๆ
ฉะนั้น เป้าหมายเกมหน้าคือ ชัยชนะ เพื่อประคองโอกาสที่มีให้อยู่ในมือต่อไป และสถานการณ์บังคับอีกอย่างหนึ่งคือ ห้ามแพ้กลับออกมาเด็ดขาด!

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น