ทำผลงานไม่ค่อยดีนักในเกม "แดงเดือด" เยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
อลีสซง เบ็คเกอร์ 6
เพิ่งจะหายเจ็บกลับมา ลงเฝ้าเสามในเกมสำคัญ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากนัก นอกจากเดินเข้าไปเก็บลูกบอลในจังหวะที่ทีมเสียประตูแรก แต่อย่างน้อยๆ การมี
โกลชาวบราซิเลียน ทำให้แนวรับ "หงส์แดง" รู้สึกอุ่นใจมากยิ่งขึ้น
เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 6
แมนฯ ยูไนเต็ด วางแท็คติกด้วยการเล่นแบ็ก 3 ตัว ให้วิงแบ็กยืนตั้งรับลึก ทำให้ "เจ้าหนูเทรนต์" ไม่สามารถเติมเกมบุกกดดันได้มากนัก แถมจังหวะการเบิกบอลที่เคยแม่นยำ แต่เกมนี้กลับเปิดบอลติดๆ ขัดๆ
โฌแอล มาติป 7
ยังคงเล่นได้เข้าขากับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่สำคัญนักเตะอ่านเกมได้ดี แต่น่าเสียดายที่พลาดในจังหวะตามปะกบ มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำให้ทีมเสียประตู
เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ 6
เกมนี้ต้องบอกว่า ฟาน ไดค์ ทำผลงานได้น่าพอใช้ แรชฟอร์ด ทำให้ ปราการหลังเลือดดัตช์ ต้องเจอกับเกมที่แสนยากลำบากที่สุดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลนี้
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 7
กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ ยังคงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และพละกำลังในการเล่นที่วิ่งไม่มีหยุดตลอดทั้งเกม ที่สำคัญวันนี้โชว์การเล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง เกมที่ผ่านมา กระนั้นก็ยังมีทีเด็ดจากการเปิดบอลได้ข้างซึ่งนำไปสู่ประตูตีเสมอ
ฟาบินโญ่ 6
ต้องบอกเลยว่าวันนี้ไม่ใช่วันของ ฟาบินโญ่ เพราะเกมแดนกลางของเขาไม่โดดเด่นแถมยังมาโดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าหนักใส่ แดเนี่ยล เจมส์
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 5
กัปตันทัพ "หงส์แดง" ไม่มีบทบาทอะไรมากนักในครึ่งแรก ส่วนครึ่งหลังโดนจับโยกไปยืนริมเส้นฝั่งขวา แต่ก็เหมือนเดิมไม่สามารถทำผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน
จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม 7
ไวจ์นัลดุม พยายามวิ่งหาพื้นที่ตลอดในช่วงครึ่งแรก และมีสองจังหวะที่แสดงให้เห็นคุณภาพชั้นยอด จนกระทั่ง คล็อปป์ ถอดออกเพื่อส่ง นาบี เกอิต้า ลงมาแทนก็ตาม พละกำลัง, ความทุ่มเท และการเติมเกมบุกของเขาถือว่าช่วยทีมได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 6
โดนไล่บี้ไล่ประกบติดจนไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ แต่มีโอกาสยิงประตูสุดสวยในครึ่งแรกน่าเสียดายที่ตรงตัว ดาบิด เด เคอา ส่วนที่ช่วงเวลาที่เหลือบอกตามตามฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานของเจ้าตัว
ซาดิโอ มาเน่ 6
การขาดหายไปของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ น่าจะทำให้ มาเน่ รู้ซึ้งแล้วว่าเขาไม่สามารถขาดเพื่อนซี้หัวฟูคนนี้ได้เลย เพราะเกมนี้ สตาร์ชาวเซเนกัล ทำอะไรแนวรับ แมนฯ ยูฯ ไม่ได้เลย หากจะมีเสียวก็แค่จังหวะที่ยิงประตูช่วยท้ายเกม แต่สุดท้ายโดน "วีเออาร์" ยึดประตูไปอย่างน่าเสียดาย
ดิว็อค โอริกี้ 6
โอกาสทองในการลงเล่นตัวจริงซึ่งเป็นเกมที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ และเป็นตัวจริงครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนกันยายน แต่เกมนี้ โอริกี้ ไม่สามารถทำอะไร วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้เลย ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวในครึ่งหลัง
ตัวสำรอง
อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 5 (ลงมาแทน โอริกี้ น.60)
เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และพยายามที่จะช่วยทีมเก็บชัยชนะให้ได้ และเกือบทำเสร็จจากการยิงไกลด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อแต่บอลถากเสาไปนิดเดียว
อดัม ลัลลาน่า 7 (ลงแทน เฮนเดอร์สัน น. 71)
พยายามที่จะช่วมเชื่อมเกมแดนกลาง และมีส่วนในเกมรุกของทีม จนกระทั่งได้จังหวะสำคัญจากการเปิดเลียดของ โรเบิร์ตสัน และ ลัลลาน่า ไม่ปล่อยโอกาสทองให้พลาดจัดการแปบอลซุกก้นตาข่ายสบายๆ ซึ่งเป็นประตูแรกของเขานับตั้งแต่ปี 2017
นาบี เกอิต้า 6 (ลงแทน ไวจ์นัลดุม น. 82)
มีเวลาได้โชว์ผลงานไม่ถึง 10 นาที แต่สามารถช่วยคุมแดนกลางให้กับทีม และวิ่งไล่กดดันแนวรับแมนฯ ยูไนเต็ด ตลอด
อลีสซง เบ็คเกอร์ 6
เพิ่งจะหายเจ็บกลับมา ลงเฝ้าเสามในเกมสำคัญ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากนัก นอกจากเดินเข้าไปเก็บลูกบอลในจังหวะที่ทีมเสียประตูแรก แต่อย่างน้อยๆ การมี
โกลชาวบราซิเลียน ทำให้แนวรับ "หงส์แดง" รู้สึกอุ่นใจมากยิ่งขึ้น
เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 6
แมนฯ ยูไนเต็ด วางแท็คติกด้วยการเล่นแบ็ก 3 ตัว ให้วิงแบ็กยืนตั้งรับลึก ทำให้ "เจ้าหนูเทรนต์" ไม่สามารถเติมเกมบุกกดดันได้มากนัก แถมจังหวะการเบิกบอลที่เคยแม่นยำ แต่เกมนี้กลับเปิดบอลติดๆ ขัดๆ
โฌแอล มาติป 7
ยังคงเล่นได้เข้าขากับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่สำคัญนักเตะอ่านเกมได้ดี แต่น่าเสียดายที่พลาดในจังหวะตามปะกบ มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำให้ทีมเสียประตู
เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ 6
เกมนี้ต้องบอกว่า ฟาน ไดค์ ทำผลงานได้น่าพอใช้ แรชฟอร์ด ทำให้ ปราการหลังเลือดดัตช์ ต้องเจอกับเกมที่แสนยากลำบากที่สุดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลนี้
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 7
กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ ยังคงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และพละกำลังในการเล่นที่วิ่งไม่มีหยุดตลอดทั้งเกม ที่สำคัญวันนี้โชว์การเล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง เกมที่ผ่านมา กระนั้นก็ยังมีทีเด็ดจากการเปิดบอลได้ข้างซึ่งนำไปสู่ประตูตีเสมอ
ฟาบินโญ่ 6
ต้องบอกเลยว่าวันนี้ไม่ใช่วันของ ฟาบินโญ่ เพราะเกมแดนกลางของเขาไม่โดดเด่นแถมยังมาโดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าหนักใส่ แดเนี่ยล เจมส์
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 5
กัปตันทัพ "หงส์แดง" ไม่มีบทบาทอะไรมากนักในครึ่งแรก ส่วนครึ่งหลังโดนจับโยกไปยืนริมเส้นฝั่งขวา แต่ก็เหมือนเดิมไม่สามารถทำผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน
จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม 7
ไวจ์นัลดุม พยายามวิ่งหาพื้นที่ตลอดในช่วงครึ่งแรก และมีสองจังหวะที่แสดงให้เห็นคุณภาพชั้นยอด จนกระทั่ง คล็อปป์ ถอดออกเพื่อส่ง นาบี เกอิต้า ลงมาแทนก็ตาม พละกำลัง, ความทุ่มเท และการเติมเกมบุกของเขาถือว่าช่วยทีมได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 6
โดนไล่บี้ไล่ประกบติดจนไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ แต่มีโอกาสยิงประตูสุดสวยในครึ่งแรกน่าเสียดายที่ตรงตัว ดาบิด เด เคอา ส่วนที่ช่วงเวลาที่เหลือบอกตามตามฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานของเจ้าตัว
ซาดิโอ มาเน่ 6
การขาดหายไปของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ น่าจะทำให้ มาเน่ รู้ซึ้งแล้วว่าเขาไม่สามารถขาดเพื่อนซี้หัวฟูคนนี้ได้เลย เพราะเกมนี้ สตาร์ชาวเซเนกัล ทำอะไรแนวรับ แมนฯ ยูฯ ไม่ได้เลย หากจะมีเสียวก็แค่จังหวะที่ยิงประตูช่วยท้ายเกม แต่สุดท้ายโดน "วีเออาร์" ยึดประตูไปอย่างน่าเสียดาย
ดิว็อค โอริกี้ 6
โอกาสทองในการลงเล่นตัวจริงซึ่งเป็นเกมที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ และเป็นตัวจริงครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนกันยายน แต่เกมนี้ โอริกี้ ไม่สามารถทำอะไร วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้เลย ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวในครึ่งหลัง
ตัวสำรอง
อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 5 (ลงมาแทน โอริกี้ น.60)
เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และพยายามที่จะช่วยทีมเก็บชัยชนะให้ได้ และเกือบทำเสร็จจากการยิงไกลด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อแต่บอลถากเสาไปนิดเดียว
อดัม ลัลลาน่า 7 (ลงแทน เฮนเดอร์สัน น. 71)
พยายามที่จะช่วมเชื่อมเกมแดนกลาง และมีส่วนในเกมรุกของทีม จนกระทั่งได้จังหวะสำคัญจากการเปิดเลียดของ โรเบิร์ตสัน และ ลัลลาน่า ไม่ปล่อยโอกาสทองให้พลาดจัดการแปบอลซุกก้นตาข่ายสบายๆ ซึ่งเป็นประตูแรกของเขานับตั้งแต่ปี 2017
นาบี เกอิต้า 6 (ลงแทน ไวจ์นัลดุม น. 82)
มีเวลาได้โชว์ผลงานไม่ถึง 10 นาที แต่สามารถช่วยคุมแดนกลางให้กับทีม และวิ่งไล่กดดันแนวรับแมนฯ ยูไนเต็ด ตลอด

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น