ว่า "เขา (โม ซาลาห์) บอกกับผมว่า -ซาดิโอ ทำไมนายต้องโมโหด้วยละ ?
ผมตอบไปว่า -นายต้องให้บอลกับผมบ้างซิ โม- จากนั้นเขาก็พูดต่อไปว่า -ผมมองไม่เห็นนาย- นายก็รู้ว่าผมไม่เคยมีปัญหาอะไรกับนาย
ผมรู้เรื่องนั้นแต่ปฏิกิริยาของเขามันทำให้ผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย บางครั้งเรามีโอกาสได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ เราส่งข้อความหากันและกัน และเราไม่มีปัญหาอะไรกันแล้ว เราคุยกันตลอด และตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว เราคุยกันตลอด และจากนั้นผู้จัดการทีมก็เรียกผมเข้าไปในออฟฟิศของเขา และเราก็คุยกันเรื่องนี้ ผมบอกเขาว่าทุกอย่างเคลียร์หมดแล้ว เขาก็ทั้งดีใจและแปลกใจด้วย"
มาเน่ ยังเผยเกี่ยวกับบรรยากาศสุดผ่อนคลายภายในห้องแต่งตัวหลังเหตุการณ์ตึงเครียดเกิดขึ้นว่า
"ทุกๆ คนพยายามอำเราตลอด (จอร์จินโย่) ไวจ์นัลดุม
เป็นคนที่ชอบหยอกล้อเพื่อนๆ เสมอ เขารอจนกระทั่งทุกคนเข้ามาในห้องแต่งตัว แล้วก็เดิมมาหาผม จากนั้นก็ถามเสียงดังว่า -โม ซาลาห์ ทำไม มาเน่
ถึงอยากต่อยนาย ?- จากนั้นทุกคนก็เริ่มหัวเราะกัน"
ผมตอบไปว่า -นายต้องให้บอลกับผมบ้างซิ โม- จากนั้นเขาก็พูดต่อไปว่า -ผมมองไม่เห็นนาย- นายก็รู้ว่าผมไม่เคยมีปัญหาอะไรกับนาย
ผมรู้เรื่องนั้นแต่ปฏิกิริยาของเขามันทำให้ผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย บางครั้งเรามีโอกาสได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ เราส่งข้อความหากันและกัน และเราไม่มีปัญหาอะไรกันแล้ว เราคุยกันตลอด และตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว เราคุยกันตลอด และจากนั้นผู้จัดการทีมก็เรียกผมเข้าไปในออฟฟิศของเขา และเราก็คุยกันเรื่องนี้ ผมบอกเขาว่าทุกอย่างเคลียร์หมดแล้ว เขาก็ทั้งดีใจและแปลกใจด้วย"
มาเน่ ยังเผยเกี่ยวกับบรรยากาศสุดผ่อนคลายภายในห้องแต่งตัวหลังเหตุการณ์ตึงเครียดเกิดขึ้นว่า
"ทุกๆ คนพยายามอำเราตลอด (จอร์จินโย่) ไวจ์นัลดุม
เป็นคนที่ชอบหยอกล้อเพื่อนๆ เสมอ เขารอจนกระทั่งทุกคนเข้ามาในห้องแต่งตัว แล้วก็เดิมมาหาผม จากนั้นก็ถามเสียงดังว่า -โม ซาลาห์ ทำไม มาเน่
ถึงอยากต่อยนาย ?- จากนั้นทุกคนก็เริ่มหัวเราะกัน"

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น