วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562

5 ประเด็น ลิเวอร์พูลบุกแบ่งแต้มแมนยูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกม


5 ประเด็น ลิเวอร์พูลบุกแบ่งแต้มแมนยูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกม

1. แรชฟอร์ดระเบิดฟอร์ม
    มาร์คัส แรชฟอร์ดนี้ เขายังคงเป็นผู้เล่นสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ โดยเฉพาะในเกมนี้บรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" คงได้เห็นแล้วว่านี่คือหัวหอกตัวความหวังที่จะฉุดทีมขึ้นมาจากโซนท้ายตารางได้
    ดาวเตะเลือดผู้ดี เบิกประตูขึ้นนำให้กับทีมรักโดยแสดงให้เห็นถึงความสุดยอดในการวิ่งหาตำแหน่ง ก่อนจะจัดการจบสกอร์แบบสบายๆ หลังจากได้รับลูกเปิดถวายพานจากเจ้าหนูสายฟ้า แดเนี่ยล เจมส์
แรชฟอร์ด ในเกม "แดงเดือด" หรือในแมตช์ใหญ่ๆ เขายังคงพึ่งพาได้เสมอ ที่สำคัญในแมตช์นี้ นักเตะยังคงทำหน้าที่เป็นหน้าเป้าภายใต้การกุมบังเหียน
ของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่า "หนูแรช" น่าจะเริ่มปรับตัวกับตำแหน่งนี้ได้เรื่อยๆ
2. ดราม่า วีเออาร์
  ประเด็นสำคัญเกิดขึ้นจากจังหวะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูนำ หลังจากที่ ดิว็อค โอริกี้ โดนเตะข้างหลังจาก วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ หลังจากนั้นเจ้าบ้านก็ได้ครองบอล
ก่อนที่ เจมส์ จะกระชากไปเกือบถึงเส้นหลัง และเปิดให้ แรชฟอร์ด แปบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย
    จากภาพ "วีเออาร์"  
     ขณะที่อีกจังหวะที่ต้องใช้วีเออาร์เกิดขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรก เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ ได้โอกาสยิงประตูให้ทีมตีเสมอ แต่หลังจากที่มีการเช็ควีเออาร์แล้ว
ภาพแสดงชัดเจนว่าลูกบอลโดนมือสตาร์เซเนกัล ก่อนที่เขาจะยิงประตู ฉะนั้นในกรณีนี้ถือว่าชัดเจนไม่มีข้อแก้ตัว
3. ใครๆ ก็อยากอัด เจมส์
ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ "ผีแดง" ในฤดูกาลนี้ โชว์ฟอร์มป่วนเกมรับของลิเวอร์พูลได้ตลอดในครึ่งแรก
โดยเฉพาะความเร็วของเขามีประโยชน์อย่างมาก ซึ่งดูได้จากจังหวะที่กระชากบอลก่อนจะแอสซิสต์ให้ แรชฟอร์ด
    ด้วยความเร็วของนักเตะทำให้แข้ง "หงส์แดง" ต้องหาวิธีหยุดแบบโหดๆ อย่างในรายของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่พุ่งเข้าใส่นักเตะอย่างหนักในช่วงต้นครึ่งหลัง
ก่อนที่จะมาโดนอัดอีกครั้งจาก ฟาบินโญ่ ในอีกไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
    จะว่าไปแล้ว เจมส์ เป็นนักเตะที่ค่อนข้างทรหดจริงๆ เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนเกม "เร้ด วอร์" นักเตะเพิ่งจะได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างหนักจากการเล่นให้ทีมชาติเวลส์
4. ไม่มี ซาลาห์ แต่มีลัลลาน่า  

เดอะ เร้ดส์" โดดเด่นในฤดูกาลนี้ก็คือขุมกำลังสำรอง โดยหลังจากที่ คล็อปป์ ตัดสินใจแก้เกมส่ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, อดัม ลัลลาน่า และ นาบี เกอิต้า แน่นอนงานนี้ได้ผลเพราะ ลัลลาน่า จัดการสวมบทฮีโร่ช่วยทีมบุกมาแบ่งแต้มได้สำเร็จ
5. ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสสร้างประวัติศาสตร์
สำหรับแมตช์นี้หาก ลิเวอร์พูล ชนะจะทำให้พวกเขาสร้างสถิติชนะ 18 เกมติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก เทียบเท่ากับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้  แต่สุดท้ายสถิติของพวกเขาต้องหยุดลงอยู่ที่ 17 เกมเท่านั้น งานนี้คงทำให้สาวก "ผีแดง" สะใจกันพอสมควร
ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคงสร้างประวัติศาสตร์เมื่อสะกดคำว่า "แพ้" ไม่เป็นต่อไปเพียงแค่ถูกขั้นด้วยผลเสมอเท่านั้น และก็ยังคงนำห่าง แมนฯ ซิตี้ ต่อไป เพียงแต่ลดเหลือแค่ 6 คะแนนเท่านั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อัลเดอร์ เฮย์ AlderHeyCharity

อัลเดอร์ เฮย์ ซาบซึ่งน้ำใจอย่างมาก กับนักเตะลิเวอร์คนหนึ่ง @LFC บริจารเงิน 1 ก้อนให้กับ โรงพยาบาลเด็ก ที่ @AlderHeyCharity ในโรคโควิค 19...