ทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ แมตช์เดย์ที่ 10 มีนักเตะที่ทำแฮตทริกได้ถึง 3 ราย
ผู้รักษาประตู - เอแดร์ซอน (แมนฯ ซิตี้)
ฟอร์มเด่นหลายคน ไม่ว่าจะ ทิม ครูล ที่เซฟสองจุดโทษ หรือ เปาโล กาซซานิก้า แต่ทั้งคู่ไม่สามารถพาทีมเก็บชัยชนะได้เหมือน เอแดร์ซอน โมราเอส
นายด่านดีกรีทีมชาติบราซิล ป้องกันไม่ให้เรือใบสีฟ้าเสียประตูในช่วงครึ่งแรกจากจังหวะยิงของเจมส์ แม็กกิน และ ดั๊กลาส หลุยส์ ซึ่งนับตั้งแต่ซีซั่น 2017/18 เป็นต้นมา ไม่มีผู้รักษาประตูคนไหนใน พรีเมียร์ลีก เก็บคลีนชีตได้มากกว่าเขาอีกแล้ว(41 ครั้ง)
กองหลัง - เบน ชิลเวลล์ (เลสเตอร์ ซิตี้)
โชว์ฟอร์มเด่นจริงๆ จัดทั้งประตูและแอสซิสต์ ซึ่งลูกที่ทำได้ในเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน เป็นประตูแรกใน พรีเมียร์ลีก ในรอบ 3 ฤดูกาล
กองหลัง - จามาล ลาสเซลลส์ (นิวคาสเซิล)
แนวรับที่เติมเกมขึ้นมาพังประตู ซึ่งนอกจากจะขึ้นมาโขกประตูได้แล้ว ลาสเซลลส์ ยังทำหน้าที่เกมรับได้ดีโดยปีนี้ เขาเคลียร์บอลไป 48 ครั้งและสกัดลูกโหม่งได้อีก 23 ครั้ง มากกว่าใครๆ
กองหลัง - ดีเอโก้ ริโก้ (บอร์นมัธ)
ทำหน้าที่ได้ดี ความจริง เดิมทีเขาไม่ใช้ตัวจริงแต่ด้วยอาการบาดเจ็บของ ชาร์ลี แดเนียลส์ ตั้งแต่ต้นซีซั่น ทำให้เขาก้าวขึ้นมาทดแทน
กองกลาง - คริสเตียน พูลิซิช (เชลซี)
กัปตันอเมริกา พูลิซิช กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของ สิงห์บลูส์ ที่ทำแฮตทริกได้ใน พรีเมียร์ลีก ด้วยวัย 21 ปี 38 วัน
กองกลาง - สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ครองบอลแดนกลางได้เยี่ยม และมายิงประตูปลดล็อกให้กับทีม
กองกลาง - อิลคาย กุนโดกัน (แมนฯ ซิตี้)
ม จุดเด่นของมิดฟิลด์รายนี้คือการผ่านบอลเคลื่อนเกม ซึ่งตลอดทั้งซีซั่น เขาผ่านบอลสำเร็จในแดนคู่แข่งไปแล้วถึง 318 ครั้ง มีแค่ โรดริโก้ เท่านั้นที่ทำได้มากกว่าเขา(343)
กองกลาง - ฟาบินโญ่ (ลิเวอร์พูล)
ตัดเกมได้สวยๆ ทำให้ทีมรอดจากโดนเกมโต้กลับ แถมรับหน้าที่เป็นเพลย์เมคเกอร์คอยตักบอลให้เพื่อนเพื่อทำเกมรุก
กองหน้า - อโยเซ่ เปเรซ (เลสเตอร์)
มีส่วนร่วมกับเกมมากที่สุดในชัยชนะมโหฬารต่อ เซาธ์แฮมป์ตัน
กองหน้า - เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์)
ความโหดเหี้ยมของเพชฌฆาต เจมี่ วาร์ดี้ เรียกประตูแรกได้ตอนที่ทีมนำห่าง 4-0 ซึ่งหลังจากนั้นทีมก็ได้อีก 5 ประตู
กองหน้า - แดเนี่ยล เจมส์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งได้ตลอด เป็นคนเรียกจุดโทษให้กับทีม วางบอลยาวสุดสวยให้ แรชฟอร์ด ทำประตู
ผู้รักษาประตู - เอแดร์ซอน (แมนฯ ซิตี้)
ฟอร์มเด่นหลายคน ไม่ว่าจะ ทิม ครูล ที่เซฟสองจุดโทษ หรือ เปาโล กาซซานิก้า แต่ทั้งคู่ไม่สามารถพาทีมเก็บชัยชนะได้เหมือน เอแดร์ซอน โมราเอส
นายด่านดีกรีทีมชาติบราซิล ป้องกันไม่ให้เรือใบสีฟ้าเสียประตูในช่วงครึ่งแรกจากจังหวะยิงของเจมส์ แม็กกิน และ ดั๊กลาส หลุยส์ ซึ่งนับตั้งแต่ซีซั่น 2017/18 เป็นต้นมา ไม่มีผู้รักษาประตูคนไหนใน พรีเมียร์ลีก เก็บคลีนชีตได้มากกว่าเขาอีกแล้ว(41 ครั้ง)
กองหลัง - เบน ชิลเวลล์ (เลสเตอร์ ซิตี้)
โชว์ฟอร์มเด่นจริงๆ จัดทั้งประตูและแอสซิสต์ ซึ่งลูกที่ทำได้ในเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน เป็นประตูแรกใน พรีเมียร์ลีก ในรอบ 3 ฤดูกาล
กองหลัง - จามาล ลาสเซลลส์ (นิวคาสเซิล)
แนวรับที่เติมเกมขึ้นมาพังประตู ซึ่งนอกจากจะขึ้นมาโขกประตูได้แล้ว ลาสเซลลส์ ยังทำหน้าที่เกมรับได้ดีโดยปีนี้ เขาเคลียร์บอลไป 48 ครั้งและสกัดลูกโหม่งได้อีก 23 ครั้ง มากกว่าใครๆ
กองหลัง - ดีเอโก้ ริโก้ (บอร์นมัธ)
ทำหน้าที่ได้ดี ความจริง เดิมทีเขาไม่ใช้ตัวจริงแต่ด้วยอาการบาดเจ็บของ ชาร์ลี แดเนียลส์ ตั้งแต่ต้นซีซั่น ทำให้เขาก้าวขึ้นมาทดแทน
กองกลาง - คริสเตียน พูลิซิช (เชลซี)
กัปตันอเมริกา พูลิซิช กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของ สิงห์บลูส์ ที่ทำแฮตทริกได้ใน พรีเมียร์ลีก ด้วยวัย 21 ปี 38 วัน
กองกลาง - สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ครองบอลแดนกลางได้เยี่ยม และมายิงประตูปลดล็อกให้กับทีม
กองกลาง - อิลคาย กุนโดกัน (แมนฯ ซิตี้)
ม จุดเด่นของมิดฟิลด์รายนี้คือการผ่านบอลเคลื่อนเกม ซึ่งตลอดทั้งซีซั่น เขาผ่านบอลสำเร็จในแดนคู่แข่งไปแล้วถึง 318 ครั้ง มีแค่ โรดริโก้ เท่านั้นที่ทำได้มากกว่าเขา(343)
กองกลาง - ฟาบินโญ่ (ลิเวอร์พูล)
ตัดเกมได้สวยๆ ทำให้ทีมรอดจากโดนเกมโต้กลับ แถมรับหน้าที่เป็นเพลย์เมคเกอร์คอยตักบอลให้เพื่อนเพื่อทำเกมรุก
กองหน้า - อโยเซ่ เปเรซ (เลสเตอร์)
มีส่วนร่วมกับเกมมากที่สุดในชัยชนะมโหฬารต่อ เซาธ์แฮมป์ตัน
กองหน้า - เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์)
ความโหดเหี้ยมของเพชฌฆาต เจมี่ วาร์ดี้ เรียกประตูแรกได้ตอนที่ทีมนำห่าง 4-0 ซึ่งหลังจากนั้นทีมก็ได้อีก 5 ประตู
กองหน้า - แดเนี่ยล เจมส์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งได้ตลอด เป็นคนเรียกจุดโทษให้กับทีม วางบอลยาวสุดสวยให้ แรชฟอร์ด ทำประตู

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น