วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562

แลมพาร์ดงานหนัก! 5

1.อาการล้าออก
หากใครได้ดูทั้งเกมจะเห็นว่าช่วงครึ่งแรก เชลซี เล่นกันได้อย่างคึกคักวิ่งเข้ากดดันใส่ผู้เล่น เลสเตอร์ ซิตี้ จนเสียบอลง่าย แถมยังสร้างโอกาสยิงประตูได้เยอะอีกต่างหาก แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ สิงห์บลูส์ เริ่มออกอาการล้าอย่างเห็นได้ชัด 
    เปิดสัปดาห์แรกของพรีเมียร์ลีกพวกเขาปะทะกับ แมนฯยูไนเต็ด ก่อนกลางสัปดาห์ต้องเล่นถึง 120 นาทีในเกมซูเปอร์ คัพ ที่ดวลกับ หงส์แดง และสุดสัปดาห์ก็ต้องมาเจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ รวมแล้วพวกเขากรำศึกหนัก 3 นัดใน 1 สัปดาห์เลยมีสภาพความฟิตค่อนข้างเป็นรองทีมเยือน
    พอมีอาการล้า โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และคริสเตียน พูลิซิช ก็เริ่มหายไปจากเกมจน แลมพาร์ด ต้องเปลี่ยนตัวออก ขณะที่ เปโดร โรดริเกซ ก็ดูดร็อปลงไปค่อนข้างเยอะ การเพรสซิ่งในช่วงต้นเกมเริ่มหายไปเลยทำให้ทีมเยือนสามารถตั้งเกมบุกในครึ่งหลังจนต่อมาทีม จิ้งจอกสีน้ำเงิน ก็ได้ประตูตีเสมอตามที่ต้องการ

2.เมาท์นฉายแวว
สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อดีของการที่ เชลซี โดนแบนการซื้อขายนักเตะคือพวกเขาจะได้ทดสอบประสิทธิภาพดาวรุ่งที่มีอยู่ ยิ่งคนคุ้นเคยอย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้เข้ามาคุมทีมก็ยิ่งได้เห็นการผลักดันดาวรุ่งมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น แทมมี่ อับราฮัม หรือ ฟิกาโย่ โทโมริ แต่คงไม่มีใครน่าจับตามองไปกว่า เมสัน เมาท์น ซึ่งเคยโชว์ฟอร์มสุดยอดกับ ดาร์บี้ ภายใต้การคุมทีมของ แลมพาร์ด เมื่อฤดูกาลที่แล้ว
    เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมพ่าย แมนฯยูไนเต็ด ขณะที่กลางสัปดาห์ก็ลงเล่นทั้งหมด 47 นาทีในการเจอกับ ลิเวอร์พูล ส่วนเกมนี้เขาก็กลับมายึดตัวจริงในตำแหน่งกองกลางตัวรุกอีกครั้ง ซึ่งแค่เปิดฉากช่วงต้นเกมก็มีโอกาสได้สับไกทดสอบ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ก่อนที่ต่อมาจะเป็นคนแย่งบอลจาก วิลฟรีด เอ็นดิดี้ และยิงประตูแรกให้กับทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ แม้ครึ่งหลังอาจจะฟอร์มแผ่วลงไปบ้างแต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่ดีสำหรับเขา

3.แมดดิสันป่วนหนัก
ในขณะที่ครึ่งแรก เมสัน เมาท์น โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมาก ครึ่งหลังก็ต้องยกให้ เจมส์ แมดดิสัน คนนี้เลย เขามีอิทธิพลในการสร้างสรรค์เกมรุกของทีม ลูกจ่ายของเขาแต่ลูกสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับสิงห์บลูส์เป็นอย่างมาก จนกระทั่งมันสัมฤทธิ์ผลเมื่อเขาเปิดเตะมุมให้ วิลฟรีด เอ็นดิดี้ โขกประตูตีเสมอ น่าเสียดายที่เขามีโอกาสทองในการฝัง เชลซี แต่ยิงพลาดเป้าไป สรุปแล้วเขาสร้างโอกาสยิงประตู 3 ครั้งตลอดเกมซึ่งมากกว่าทุกคนในทีม หากเจ้าตัวยังเล่นแบบนี้อยู่ มีแววที่ทีมใหญ่จะมาฉกตัวไปร่วมทัพ แต่อย่าหวังว่าจะได้ค่าตัวถูกๆไปนะ
    เมื่อฤดูกาล 2018/19 เขายิงไปทั้งหมด 7 ประตูพร้อมทำอีก 7 แอสซิสต์ แต่สิ่งที่เป็นสถิติสุดเจ๋งคือเขาเป็นนักเตะคนเดียวที่สร้างโอกาสยิงประตูแตะหลัก 100 ครั้งซึ่งถือเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกนับตั้งแต่ เลห์ตัน เบนส์ ทำได้เมื่อฤดูกาล 2012/2013

4.โซยุนคู ตัวแทน แม็กไกวร์
สไตล์การเล่นของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่เขาโด่งดังกับ สวอนซี ซิตี้ เขาชอบกองหลังที่ครองบอลกับตัวดีโดยเฉพาะจังหวะที่เซนเตอร์ฮาล์ฟพาบอลขึ้นมายังแดนกลางรวมถึงทะลุไปแดนหน้า ดังนั้นกองหลังแบบนี้ต้องช่วยสร้างสรรค์เกมรุกด้วย ซึ่ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ก็เป็นคนที่ตรงสเป็คที่สุด การขาดหายไปของปราการหลังรายนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่
    อย่างไรก็ตาม 2 เกมล่าสุดดูเหมือนจะมีแนวรับที่มีแววจะมาสานต่อสิ่งนี้ คากลาร์ โซยุนคู ซึ่งย้ายมาจาก ไฟร์บวร์ก เมื่อปีที่แล้ว โชว์ฟอร์มเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเป็นเกมที่สองที่เจ้าตัวจับคู่กับ จอนนี่ อีแวนส์ ซึ่งก็ถือว่าลงตัวเลยทีเดียว สิ่งที่เป็นจุดเด่นของแนวรับคนนี้คือการจ่ายบอล ในเกมแรกที่ เลสเตอร์ ซิตี้ เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ไม่มีใครในสนามผ่านบอลแม่นยำได้เท่ากับปราการหลังรายนี้อีกแล้ว (71 ครั้ง) ขณะที่เกมกับ เชลซี เขาก็ผ่านบอลแม่นยำเป็นอันดับสองในสนาม (56 ครั้ง)  งานนี้น่าจะได้เห็นเขายึดตัวหลักของทีมไปยาวๆ

5.แลมพ์สู้ต่อไป
แน่นอนว่าการคุมทัพสิงห์บลูส์ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเจอปัญหาเรื่องการซื้อขายนักเตะก็ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ 3 เกมแล้วที่ แลมพาร์ด ยังเก็บชัยชนะไม่ได้ แต่ทว่าเราก็ยังสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่จะนำทีมกลับมายิ่งใหญ่ผ่านการสัมภาษณ์ทุกครั้ง เขามักพูดให้ทีมโฟกัสเรื่องอนาคตเสมอ พร้อมก็บอกว่าให้ลูกทีมนำสิ่งที่ได้แต่ละสัปดาห์มาปรับปรุงให้ดีขึ้น  แลมพาร์ด บอกหลังเกมนี้ให้แฟนสิงห์บลูส์ทุกคนต้องอดทนเพราะเพิ่งจะผ่านไปแค่ 2 เกมเท่านั้น
    สำหรับสัปดาห์หน้าพวกเขาจะต้องไปเยือนน้องใหม่ นอริช ซิตี้ ที่เพิ่งจะเก็บชัยชนะในนัดล่าสุด ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเชลซีจะปรับปรุงฟอร์มให้ดีขึ้นอย่างไร แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็รอดพ้นจากสถิติสุดเลวร้ายที่ จานลูก้า วิอัลลี่ เคยทำไว้ซึ่งก็คือการพ่ายแพ้ในเกมพรีเมียร์ลีกสองนัดแรกที่คุมทัพ


  สถิติของ เมสัน เมาท์น ในเกมพบกับ  เลสเตอร์ ซิตี้
    ผ่านบอลแม่นยำ 91 เปอร์เซ็นต์
    สัมผัสบอล 62 ครั้ง
    ครอสบอล ครั้ง
    สกัดบอล 3 ครั้ง
    โอกาสยิงประตู 5 ครั้ง
    ยิงตรงกรอบ 3 ครั้ง
    ยิง 1 ประตู

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อัลเดอร์ เฮย์ AlderHeyCharity

อัลเดอร์ เฮย์ ซาบซึ่งน้ำใจอย่างมาก กับนักเตะลิเวอร์คนหนึ่ง @LFC บริจารเงิน 1 ก้อนให้กับ โรงพยาบาลเด็ก ที่ @AlderHeyCharity ในโรคโควิค 19...