วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกที่ไม่นับรวมแข้งลิเวอร์พูล,แมนซิตี้

ติดทีมยอดเยี่ยมเป็นประจำ ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย

ผู้รักษาประตู : มาร์ติน ดูบราฟก้า (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด), เรตติ้ง 6.86
แบ็กขวา : ริคาร์โด้ เปเรยร่า (เลสเตอร์ ซิตี้), เรตติ้ง 7.54
เซนเตอร์แบ็ก : ชักลาร์ โซยุนชู (เลสเตอร์ ซิตี้), เรตติ้ง 7.10
เซนเตอร์แบ็ก : เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ (เบิร์นลี่ย์), เรตติ้ง 7.06
แบ็กซ้าย : เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (เชลซี), เรตติ้ง 7.13
กองกลาง : แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า), เรตติ้ง 7.42
กองกลาง : วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้), เรตติ้ง 7.43
กองกลาง : เจมส์ แมดดิสัน (เลสเตอร์ ซิตี้), เรตติ้ง 7.41
ปีกขวา : อดาม่า ตราโอเร่ (วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส), เรตติ้ง 7.75
ปีกซ้าย : มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), เรตติ้ง 7.34
กองหน้าตัวเป้า : เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้), เรตติ้ง 7.32

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีสมัยแรกในรอบ 30 ปี

ต้องการชัยชนะ 6 เกมจาก 13 แมตช์
เพื่อเป็นเกียรติให้กับคู่แข่งในฐานะแชมป์ลีก ซึ่งพวกเขารอคอยมานานถึง 3 ทศวรรษ

ทำผลงานได้อย่างสุดยอดเมื่อเก็บชัยชนะ 24 แมตช์จาก 25 เกมลีก โดยเสมอ 1 เกม ซึ่งแมตช์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อพวกเขาบุกไปเสมอกับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ช่วงต้นฤดูกาล 2019/2020

    6 โปรแกรมสำคัญที่อาจส่ง ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์ก่อนพบ แมนฯ ซิตี้
ลิเวอร์พูล
16 ก.พ.    นอริช ซิตี้ (เยือน)
25 ก.พ.    เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (เหย้า)
1 มี.ค.    วัตฟอร์ด (เยือน)
7 มี.ค.    บอร์นมัธ (เหย้า)
17 มี.ค.    เอฟเวอร์ตัน (เยือน)
22 มี.ค.    คริสตัล พาเลซ (เหย้า)

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ซัมเมอร์นี้ด้วยค่าตัว 150 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 6,180 ล้านบาท

 คว้าแชมป์มากมาย ทั้ง แชมเปี้ยนส์ ลีก, แชมป์สโมสรโลก และแชมป์ ซูเปอร์ คัพ ขณะเดียวกันตอนนี้ ลิเวอร์พูล ก็ใกล้ที่จะคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี

โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดบอกกับ เดอะ ซันว่า "หลังจากคว้าแชมป์ได้หลายรายการกับ ลิเวอร์พูล ยูเวนตุส คิดว่าการที่เขา(ฟาน ไดค์) เล่นใน อังกฤษ มานาน ก็อาจพร้อม
ที่จะหาความท้าทายใหม่ตอนจบฤดูกาล"

บรูโน่ แฟร์นันด์ส ห้องเครื่องตัวใหม่ ค่อนข้างโดดเด่น


 เสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด รั้งอันดับ 6 มี 35 คะแนนเท่ากับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ทว่า หมาป่า ลูกได้เสียเป็นรองเลยรั้งอันดับ 7

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา - อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ - อันเดรียส เปเรยร่า (เมสัน กรีนวู้ด น.72),
เฟร็ด - ฆวน มาต้า (เจสซี่ ลินการ์ด น.88), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์ (ดีโอโก้ ดาโลต์ น.88) - อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-3) : รุย ปาตริซิโอ - วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, โรแม็ง ซาอิสส์ - แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, จอนนี่ กาสโตร - อดาม่า ตราโอเร่ (ดาเนี่ยล โปเดนเซ่ น.77), ราอูล ฮิเมเนซ (เลอันแดร์ เดนดองเกอร์, น. 90+2), ดีโอโก้ โชต้า (เปโดร เนโต้ น.70)
    ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต
        ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

เวอร์พูลรัวครึ่งหลังถล่มเซาธ์แฮมป์ตัน ทิ้งเรือใบ22แต้ม

   เริ่มครึงหลัง
ด้เพียงสองนาที ลิเวอร์พูล ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลากจากซ้ายตัดเข้ากลางก่อนจะซัดเรียดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าไป  

น.60 ลิเวอร์พูล ได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0  โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ หลุดไปถึงสุดเส้นหลังก่อนจะจ่ายย้อนมาให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ในเขตโทษซัดด้วยขวาจ่อๆไม่เหลือ 

 น.72 สกอร์ไหลเป็น 3-0 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จ่ายทะลุช่องให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเดี่ยวไปชิพข้าม อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

ถัดมา น.90+1 โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จ่ายให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเดี่ยวซัดจ่อๆระยะเผาขนตุงตาข่ายให้ ลิเวอร์พูล นำ 4-0 

วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

เชลซี ได้ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ที่โขกให้ทีมขึ้นนำ ก่อนจะมาโขกปิดท้ายให้ทีมตามตีเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้

 ครึ่งหลัง
เริ่มมาไม่ถึงนาที เชลซี ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เมสัน เมาท์ เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายแล้วเป็น อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ขึ้นโขกส่งบอลตุงตาข่าย    

ตาม น.54 เลสเตอร์ ตามตีเสมอ 1-1 ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ลากตัดเข้าในก่อนซัดด้วยขวาบอลไปแฉลบแนวรับ เชลซี พุ่งเสียบเสาไกลเข้าไป 

น.64 เลสเตอร์ ได้ประตูพลิกขึ้นนำ 1-0 ยูริ ตีเลอมันส์ จ่ายให้ เบน ชิลเวลล์ ที่ยืนรอโล่งๆอยู่เสาไกล ยิงตามน้ำด้วยขวายัดเสาแรกเข้าประตูไป

ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันสนุก น.71 เมสัน เมาท์ เปิดฟรีคิกให้ รือดิเกอร์ ขึ้นโขกบอลลอยเสียบเสาไกลเข้าประตูไปให้ เชลซี ตามตีเสมอ 2-2 

จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ เสมอ เชลซี สุดมันส์ 2-2

5 ประเด็นร้อนก่อนเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ 25

เลสเตอร์-เชลซี    การพบกันของทีมอันดับ 3 และ 4 ของตาราง โดย เลสเตอร์ มีแต้มนำ เชลซี ถึง 8 คะแนน
 เชลซี เอาชนะที่บ้านของ เลสเตอร์ ได้ถึง 5 นัดจากการออกไปเยือน 7 เกมหลังสุด (เสมอ1 แพ้1) และไม่มีทีมไหนบุกเอาชนะที่สนาม คิง เพาเวอร์ ได้มากกว่า 4 นัดเลย
    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังไม่เคยคุมทีมเอาชนะ เชลซี 13 เกมก่อนหน้านี้จบลงด้วยผลเสมอ 7 นัด และ แพ้ไป 6 นัด

ลิเวอร์พูล-เซาธ์แฮมป์ตัน    ลิเวอร์พูล วางเป้าหมายจะคว้าชัยชนะเป็นเกมที่ 16 ติดต่อกัน โดยตอนนี้พวกเขามีแต้มห่างจาก แมนฯ ซิตี้ ทีมอันดับ 2 ถึง 19 คะแนน

แมนฯ ยูไนเต็ด-วูล์ฟส์    ราอูล ฮิเมเนซ มีส่วนร่วมกับประตูไป 20 ลูกจาก 22 นัดหลังสุดในทุกรายการ โดยยิงได้ 12 และแอสซิสต์ 8 ครั้ง
    มีแค่ มาร์คัส แรชฟอร์ด เท่านั้น(13ประตู) ที่ยิงใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทุกรายการในซีซั่นนั้นได้มากกว่า เมสัน กรีนวู้ด ที่ยิงไป 8 ประตู จากโอกาสยิงเข้ากรอบ 14 ครั้ง

เบิร์นลี่ย์-อาร์เซน่อล    อาร์เซน่อล ไม่แพ้เกมนอกบ้านมา 6 เกม(ชนะ1 เสมอ5) โดยเสมอมาแล้ว 4 เกมติดต่อกัน ซึ่งพวกเขาไม่เคยเสมอเกมนอกบ้าน 5 เกมติดเลย
นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 1948

สเปอร์ส-แมนฯ ซิตี้    สเปอร์ส ไร้ชัยชนะ 6 เกมหลังที่เจอกับ แมนฯ ซิตี้(เสมอ2 แพ้4) นับตั้งแต่เอาชนะที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2016
    แมนฯ ซิตี้ เอาชนะได้ตลอด 5 เกมที่บุกเยือนทีมในแถบ ลอนดอน เหนือ (อาร์เซน่อล และ สเปอร์ส) ซึ่งเทียบเท่ากับก่อนหน้านี้ 40 นัดที่เอาชนะได้ 5 นัด เสมอ10
และแพ้ 25 รวมทั้งไม่มีทีมไหนอีกแล้วที่ชนะได้ 6 เกมติดในการออกไปเยือนทั้ง ปืนใหญ่ และ ไก่เดือยทอง


อัลเดอร์ เฮย์ AlderHeyCharity

อัลเดอร์ เฮย์ ซาบซึ่งน้ำใจอย่างมาก กับนักเตะลิเวอร์คนหนึ่ง @LFC บริจารเงิน 1 ก้อนให้กับ โรงพยาบาลเด็ก ที่ @AlderHeyCharity ในโรคโควิค 19...