วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ซาดิโอ มาเน่ ยืนยันอีกรอบตนไม่มีปัญหากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์


ซาดิโอ มาเน่ ยืนยันอีกรอบตนไม่มีปัญหากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์
มาเน่ ยืนยันว่าตนเต็มไปด้วยความหิวกระหายที่จะนำ ลิเวอร์พูล ตอนนี้รั้งตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ทำผลงานให้ดีกว่าเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา "พรีเมียร์ลีก หรือ แชมเปี้ยนส์ ลีก ? แน่นอนว่าผมอยากได้ทั้งสองรายการ เราคือลิเวอร์พูล และเรายังมีลุ้น เราจะสู้ทั้งสองรายการ"
"ผมบอกได้เลยว่าเราจะทำผลงานให้ดียิ่งขึ้นในฤดูกาลนี้
นี่คือเหตุผลที่เราทำงานหนักในทุกๆ วันเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น เราเติบโตมากขึ้นกว่าเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ผมพูดได้เลยว่าเราดีกว่าเดิม"
(ผม กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังคงรักกันเหมือนเดิม)
-----------------------------------------
#LV88
#ขอขอบคุณผู้สนับสนุน bit.ly/2lRRpUA
ดูบอลบอล bit.ly/2m5PyM2
กลุ่มทีเด็กเสี่ย ซุย bit.ly/2kuW66y

5 ประเด็ดเดือน หลัง ไก่เดือยทอง แพ้ เสือใต้ มา 7-2

5 ประเด็ดเดือน หลัง ไก่เดือยทอง แพ้ เสือใต้ มา 7-2
1. ปัญหาแนวรับต้นเหตุแพ้ยับ  
   สเปอร์ส มีปัญหาไม่มากนัก พวกเขาสามารถปั่นป่วนเกมรับของ บาเยิร์น มิวนิค ได้หลายต่อหลายครั้ง
หากมีความเฉียบคมมากกว่านี้ แน่นอนว่าเจ้าบ้านคงจะได้มากกว่า 2 ประตูแต่น่าเสียดายที่กองหน้าขาดประสิทธิภาพไปหน่อย
    ขณะที่กองหลังต้องบอกว่าอาการหนัก ถึงขั้นเข้าห้องไอซียูเลยทีเดียว เป็นสัญญาณให้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต้องรีบหาทางแก้ไขด่วน แนวรับของ "ไก่เดือยทอง" เจอกับความยากลำบากในการรับมือกับเกมรุก "เสือใต้"
โฉพาะในครึ่งหลัง แถมในช่วงท้ายเกมยังทำพลาดแบบไม่น่าให้อภัยอีกต่างหาก


2. บาเยิร์นโชว์ฟอร์มไหลลื่นเกินห้ามใจ
    ยอดทีมแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าอาจจะเล่นติดๆ ขัดๆ ไปบ้างในช่วงต้นเกมจนเป็นเหตุให้โดนเจาะประตูไปก่อน แต่การเสียประตูให้กับเจ้าบ้านก็เหมือนเป็นการกระตุกหนวด "เสือใต้" ให้ตื่นขึ้นมาจากภวังค์
    งานนี้ต้องยอมรับว่าคุณภาพเกมรุกของ บาเยิร์น มิวนิค ไม่มีอะไรต้องสงสัย ที่สำคัญขุมกำลังเชิงลึกของพวกเขาของ "เสือใต้" ช่วยทำให้ทีมของพวกเขาสามารถปรับเปลี่ยนแปลงแท็กติคได้ตลอดเวลาโตอีกครั้ง
    บาเยิร์น แสดงให้เห็นถึงการต่อบอลอย่างไหลลื่น, แนวรุกที่แสนเฉียบคม โดยเฉพาะ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ  แซร์จ นาบรี้ ฉะนั้นเกมนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง แต่กระนั้นทีมชุดนี้ยังไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับทีมชุดที่ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมได้

3. ความเฉียบคมของนาบรี้ สร้างความแตกต่าง
    หากจะหานักเตะสักคนทางฝั่ง บาเยิร์น ที่ฟอร์มโดดเด่นเป็นสง่าคงหนีไม่พ้น แซร์จ นาบรี้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้เล่นที่ไม่ดีพอสำหรับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยม (ยืมตัว) โดยเกมนี้ สตาร์ทีมชาติเยอรมนี แสดงให้เห็นถึงความโหดในครึ่งหลังเมื่อมีโอกาสทำประตูไม่ปล่อยให้พลาดแม้แต่ครั้งเดียว
    สำหรับเกมนี้ อดีตดาวเตะ อาร์เซน่อล ซึ่งเป็นสโมสรคู่อริตัวฉกาจของ สเปอร์ส ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองพลาดเป้าเมื่อมีโอกาสทำประตู ฉะนั้นไม่มีอะไรต้องสงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงสนุกสนานกับการตะบันตาข่ายคู่แข่งอย่างเมามันที่สนามท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

 4. อัลลี่ คนเดิมหายไปไหน
    เดเล่ อัลลี่ เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นมิดฟิลด์อนาคตไกลทีมชาติอังกฤษ อย่างไรก็ตามยิ่งอายุมากขึ้นเจ้าตัวยิ่งฟอร์มไม่เหมือนเดิม โดยผลงานที่แสดงให้เห็นในเกมกับ บาเยิร์น บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่านักเตะกำลังอยู่ในช่วงขาดความมั่นใจอย่างแรง
การลงเล่นตัวจริงจนกระทั่งโดนเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 71 อัลลี่ ทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน โดยเฉพาะอย่างการเล่นเกมรุกที่ไม่สามารถขู่แนวรับของ บาเยิร์น ได้เลย และทำให้ผู้เล่นอย่าง ซน ฮึง-มิน, แฮร์รี่ เคน และ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ ต้องทำงานหนักในเกม

5. เก้าอี้ โปเช็ตติโน่ เริ่มสั่นคลอน
    หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างสุดยอดในการนำ สเปอร์ส เข้ารอบชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก และติดอันดับท็อปโฟร์ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่กับผลงานในซีซั่นปัจจุบันดูเหมือนอนาคตของ โปเช็ตติโน่ เริ่มสั่นคลอนขึ้นเรื่อยๆ เพราะฟอร์มการเล่นของทีมไม่ได้โดดเด่นเป็นสง่าเหมือนกับช่วงที่ผ่านมา

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562

นัดที่ 7 ของดาวซันโว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 7 เสือใบสีฟ้ามาแรง

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 7 เสือใบสีฟ้ามาแรง
ผู้รักษาประตู : เอแดร์ซอน (แมนฯ ซิตี้)
กองหลัง : ริคาร์โด้ เปเรยร่า (เลสเตอร์ ซิตี้)
กองหลัง : เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ (ลิเวอร์พูล)
กองหลัง : โฌแอล มาติป (ลิเวอร์พูล)
กองหลัง : แมตต์ โดเฮอร์ตี้ (วูล์ฟส์)
กองกลาง : เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้)
กองกลาง : ลูก้า มิลิโวเยวิช (คริสตัล พาเลซ)
กองกลาง : อังเดร ยาร์โมเลนโก้ (เวสต์แฮม)
กองหน้า : ริยาด มาห์เรซ (แมนฯ ซิตี้)
กองหน้า : เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้)
กองหน้า : วิลเลี่ยน (เชลซี)

อาถรรพ์ 13 ปีที่ยังคงอยู่ต่อไป

อาถรรพ์ 13 ปีที่ยังคงอยู่ต่อไป  
อาร์เซน่อล ไม่สามารถบุกมาเก็บชัยชนะในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2006  แน่นอนว่าเกมนี้ "เดอะ กันเนอร์ส"มุ่งมั่นที่จะทำลายอาถรรพ์ที่แสนยาวนานกว่าทศวรรษให้ได้ ในยุคที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนแต่ก่อน
แน่นอนว่าพวกเขามีโอกาสที่จะพบแสงสว่างใน "โรงละครแห่งความฝัน"

อาร์เซน่อล ในแมตช์นี้ไม่ถือว่าขี้ริ้วขี้เหร่ พวกเขาสร้างโอกาส และครองเกมได้ดีพอสมควร
แม้ในครึ่งแรกจะโดนขึ้นนำไปก่อนในช่วงท้ายเกมจาก สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ แต่คงโทษ แบรนด์ เลโน่
ไม่ได้เพราะจังหวะนี้เป็นการยิงที่งดหยดชดช้อยจาก "บิ๊ก สกอตต์" จริงๆ

     ครึ่งหลังเห็นได้ชัด อูไน เอเมรี่ ปรับแท็กติคด้วยการใช้ บากาโย่ ซาก้า วิ่งป่วนซ้ายทีขวาทีทำเอาแนวรับของเจ้าบ้านป่วนไปหมด ต้องขอบคุณ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ที่ส่งบอลพลาดทำให้ ซาก้า ได้จังหวะผ่านบอลให้ ปิแอร์-เอเมอริค
โอบาเมยองโชว์เหนือชั้นส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย

ช่วงที่เสมอกัน 1-1 อาร์เซน่อล มีโอกาสสร้างเกมได้หวาดเสียวมากกว่า "เร้ด เดวิลส์"
และน่าจะทำลายอาถรรพ์ได้เมื่อ โอบาเมยอง เลี้ยงทะลุหลุดเข้าในเขตโทษก่อนส่งให้ รีสส์ เนลสัน ที่ยืนโล่งในกรอบเขตโทษแต่ซัดเบาหวิวทำให้ ดาบิด เด เคอา เซฟได้สบายๆ

ปืนใหญ่ บุกไปเอาแต้ม ได้แค่ 1

   11 ผู้เล่นตัวจริง        
    - แบร์นด์ เลโน่ : 7.5
        ได้แค่ใช้สายตาป้องกันลูกยิงของ แม็คโคมิเนย์ แต่ก็ช่วยทีมได้เยอะมาก โดยเฉพาะการเซฟลูกยิงของ
เปเรยร่า, แม็กไกวร์ และลูกฟรีคิกของ แรชฟอร์ด ช่วงท้ายเกม

    - คาลั่ม แชมเบอร์ส : 5
        เหนื่อยเลยทีเดียว เพราะเจอความเร็วของ เจมส์ เล่นงานตลอดทั้งเกม

  - โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส : 5.5
        ได้ดีในจังหวะที่ แรชฟอร์ด มีโอกาสหลุดเข้าไปลุ้นทำประตู แต่น่าจะรับมือได้ดีกว่านี้ในจังหวะที่ แม็คโทมิเนย์
ส่องไกลเป็นประตูให้ "ปีศาจแดง" ขึ้นนำ 1-0

    - ดาวิด ลุยซ์ : 6
        เกมรับยังไม่เนียน แต่การเปิดบอลสวยๆ จากแดนหลังมีให้เห็น

    - เซอัด โคลาซินัช : 6
        ไม่โดดเด่น แต่ก็ไม่มีข้อผิดพลาด เกือบทำให้ทีมเสียจุดโทษจากแฮนด์บอลช่วงครึ่งหลัง

 - ลูคัส ตอร์เรร่า : 5
        เป็นเกมที่เจ้าตัวเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนร่วมกับเกมน้อยมาก น่าจะยิงได้ดีกว่านี้ในจังหวะได้ซัดในกรอบเขตโทษ

    - กรานิต ชาคา : 5
        ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีม แต่ไม่สามารถเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางในเกมนี้ได้ แถมยังเสียฟาวล์ง่ายๆ ตามคอนเซ็ปต์

   - มัตเตโอ เกนดูซี่ : 8
        โดดเด่นเหนือทุกคนในแดนกลาง ทุ่มเทสุดยอด วิ่งพล่านไปทั่วทั้งสนาม ช่วยทีมได้เยอะมากทั้งรับและรุก

    - นิโกล่าส์ เปเป้ : 4
        น่าผิดหวังอย่างแรงสำหรับเจ้าตัว ทำได้ไม่ดีทั้งการเปิดบอลและการลุ้นยิงประตู แถมเสียการครองบอลแบบง่ายๆ หลายครั้ง

    - บากาโย่ ซาก้า : 8
        อนาคตสดใสเลยทีเดียว กล้าเล่น ดูมีความมั่นใจในการครองบอล มีส่วนในการเล่นเกมรุกหลายจังหวะ เป็นคนแอสซิสต์ให้
โอบาเมย็อง กดประตูไล่เจ๊า 1-1

    - ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง : 7
        อาจจะดูเงียบๆ แต่เมื่อมีโอกาสก็ไม่พลาด จบสกอร์ได้อย่างเหนือชั้นกับประตูตีเสมอ 1-1
 
    สำรองที่ได้ลงเล่น

    - ดานี่ เซบายอส (แทน ตอร์เรร่า น. 55) : 6
        ช่วยยกระดับเกมขึ้นมาได้เล็กน้อย
 - รีสส์ เนลสัน (แทน เปเป้ น. 75) : 5
        ท้ายเกมมีโอกาสลุ้นทำประตู
    - โจ วิลล็อค (แทน ซาก้า น. 80) : -
        ไม่สามารถให้คะแนนได้

ลินการ์ดไร้ตัวตน! เหมือนไม่มีชื่อในสนาม

    11 ผู้เล่นตัวจริง        
    - ดาบิด เด เคอา : 7
        โชว์ดับเบิ้ลเซฟได้เยี่ยม แต่เสียดายโดนลูกยิงลูกยิงสุดเหนือชั้นของ โอบาเมย็อง

  - แอชลี่ย์ ยัง : 5
        ได้โอกาสลงเล่นแบ็กขวาแทน อารอน วาน-บิสซาก้า เจองานหนักเลยทีเดียวในการรับมือกับเจ้าหนู ซาก้า เป็นจุดอ่อนของทีม

    - วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ : 7
        คุมเกมรับได้ค่อนข้างดี แม้มีส่วนร่วมกับการเสียประตู เป็นเพราะการเปิดบอลเข้ามาไม่ดีของ ตวนเซเบ้

    - แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : 7
        แม้ดันขึ้นมาช้าในจังหวะเสียประตู แต่โดยรวมถือว่าทำได้ดีในการเล่นเกมรับ แถมมีลุ้นทำประตูจากการซัดนอกกรอบ

    - อักเซล ตวนเซเบ้ : 7
        น่าเสียดาย เพราะจริงๆ แล้วเกมนี้เจ้าตัวเล่นได้ดีและดูมีความเยือกเย็น แถมยังจัดการกับ เปเป้ ได้เยี่ยมแต่การจ่ายบอลพลาด จนนำไปสู่ประตูตีเสมอ 1-1 ของ อาร์เซน่อล

    - สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ : 8
        โดดเด่นสุดในทีม นอกจากซัดไกลเป็นประตูนำ 1-0 อย่างสุดสวยแล้ว ยังทั้งช่วยเกมรับและเล่นเกมรุกได้ดี

   - ปอล ป็อกบา : 6
        ดูแล้วยังไม่ค่อยฟิตสมบูรณ์ ยังคงขาดความเร็ว และมีส่วนร่วมกับเกมน้อย  แมีการผ่านบอลสวยๆ ให้เห็น

    - แดเนี่ยล เจมส์ : 7
        ใช้ความเร็วเล่นงานแนวรับ "ไอ้ปืนใหญ่" ได้หลายครั้ง และดูมีความมั่นใจในการเล่น แต่ยังทำได้ไม่ดีในจังหวะสุดท้าย

    - เจสซี่ ลินการ์ด : 4
        ยังคงเล่นได้น่าผิดหวังในบทบาทผู้เล่นเบอร์ 10 ไม่มีอันตรายใดๆ จากเจ้าตัวในเกมนี้ แถมยังได้รับใบเหลืองเป็นของแถม

    - อันเดรียส เปเรยร่า : 6
        มีโอกาสลุ้นทำประตูในครึ่งแรก แต่โดยรวมยังไม่มีทีเด็ดอะไร ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลัง

    - มาร์คัส แรชฟอร์ด : 6
        มีส่วนร่วมกับประตูขึ้นนำ และเกือบทำประตูได้จากลูกยิงฟรีคิก แต่โดยรวมค่อนข้างน่าผิดหวัง เฉพาะบอลจังหวะสุดท้าย

   สำรองที่ได้ลงเล่น

    - เฟร็ด (แทน ลินการ์ด น. 74) : 5
        มีเวลาอยู่ในสนามน้อยเกินไป     
    - เมสัน กรีนวู้ด (แทน เปเรยร่า น. 75) : 5
        ทำอะไรได้ไม่มาก แม้มีโอกาสได้ยิง

อัลเดอร์ เฮย์ AlderHeyCharity

อัลเดอร์ เฮย์ ซาบซึ่งน้ำใจอย่างมาก กับนักเตะลิเวอร์คนหนึ่ง @LFC บริจารเงิน 1 ก้อนให้กับ โรงพยาบาลเด็ก ที่ @AlderHeyCharity ในโรคโควิค 19...