วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แฟนหงส์ไม่ปลื้ม

แฟนหงส์ไม่ปลื้ม! 
 เปิดเกมมาได้แค่ 4 นาที ดิว็อก โอริกี้ ทักทายให้หงส์แดงก่อนเลย ซัดด้วยซ้ายกลางประตูบอลหลุดกรอบออกไปแบบได้ลุ้น 
    อีก 6 นาทีต่อมากลายเป็น นาโปลี ได้ลุ้นซัดเข้ากรอบก่อนเลย หลัง ซิโมเน่ แวร์ดี้ตะบันด้วยซ้ายเต็มข้อแต่บอลยัง
ไม่ผ่านมือ ซิมง มิโญเล่ต์ 
    นาที 18 จนแล้วจนรอดลูกทีมของ คล็อปป์ มาพลาดจนได้ หลังทำบอลเสียก่อนเจอลูกสวนกลับเร็วของ

อัซซูร่า ดรีส์ เมอร์เท่นส์ เปิดไซด์ก้อยไปทางปีกขวาให้ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ เลี้ยงตัดเข้ากลางก่อนซัดด้วยขวา บอลพุ่งผ่านมือ มิโญเล่ต์ เข้าไปอย่างสวยงาม นาโปลี ขึ้นนำ ลิเวอร์ 1-0
 เกมรุกของ หงส์แดง ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน และก่อนเข้าครึ่งชั่วโมง นาที 29 นาโปลี มาทิ้งห่างเป็น 2-0

บอลขึ้นทางซ้าย ถึง ลอเรนโซ่ อินซินเย่ คราวนี้ดาวยิงทีมชาติอิตาลีครอสเลียดไปเสาแรก ก่อนที่จะเป็น อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค พุ่งมาล้มตัวยิงด้วยซ้ายส่งบอลเข้าประตูไป 
    3 ประสานแนวรุกของแชมป์ยุโรป 6 สมัย ไม่ได้สร้างความลำบากใจให้ เกมรับของนาโปลีเลย แถมโอกาสยิงเข้ากรอบในณ.ตอนนี้ยังเป็นศูนย์ แม้นาที 45 ดิว็อค โอริกี้ จะซัดจากเสาแรกเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ยังถูกยกธงเป็นล้ำหน้าเสียอีก จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ตามหลัง นาโปลี 0-2


ครึ่งหลัง นาโปลี มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นบ้าง ลิเวอร์ยังใช้ชุดเดิม นาที 48 ลูกทีมของคล็อปป์ ได้ส่องเข้ากรอบเป็นหนแรก แนวรับของอัซซูร่า ออกบอลพลาด มาเข้าทาง ฟาบินโญ่ ได้ซัดด้วยขวานอกเส้น 18 หลา บอลพุ่งแรงแต่ยังไปตรงตัว
อเล็กซ์ เมเร็ต ที่รับไว้ไม่มีพลาด
นาที 52 แฟนหงส์แดงนั่งเงียบกันกริบ ทีมต้องมาเสียประตูที่สามแบบเหลือเชื่อ คราวนี้ อินซินเย่ เจาะทางแบ็กขวา

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ อีกหนก่อนเลี้ยงตัดเข้ากลางอัดด้วยขวาไปโดน ซิมง มิโญเล่ต์ ปัดไปชน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก่อนจะตกหน้า อามิน ยูเนส ที่ยืนโล่งซ้ำเข้าไปไม่เหลือ นาโปลี ทะยานนำห่าง ลิเวอร์พูล 3-0
    เกมผ่านไปครบหนึ่งชั่วโมง นาโปลี ส่งสำรองลงมาเล่นบ้าง ขณะที่ หงส์แดง ถอดเอาตัวหลักออกแล้วส่ง

ไรอัน บริวสเตอร์, แฮร์รี่ วิลสัน เดยัน ลอฟเรน ไปเล่นแทน อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ดิว็อค โอริกี้ โฌแอล มาติป
    การสร้างสรรค์เกมรุกของหงส์แดงยังไม่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน เจอร์เก้น คล็อปป์ ทยอยถอดตัวหลักมาเก็บไว้ข้าง

สนามส่งดาวรุ่งสำรองลงไปเล่นรวมทั้งสองแข้งตัวใหม่ เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก และฮาร์วี่ย์ เอลเลียต รายล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว ท้ายเกม ลิเวอร์ มีโอกาสได้ลุ้นตีไข่แตก
นาที 78 แฮร์รี่ วิลสัน ซัดฟรีคิกนอกกรอบแต่บอล เหินคานไปแบบหมดลุ้น สองนาทีต่อมา อดัม ลัลลาน่า กดด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลก็ไปติด วลาด ชิริเชส แนวรับนาโปลีออกหลังไป
    นาทีสุดท้าย เดอะ ค็อป เกือบได้เฮคราวนี้ แฮร์รี่ วิลสัน ลากเข้ากลางประตูก่อนตะบันด้วยซ้ายข้างถนัดบอลพุ่งจะเสียบมุมอยู่แล้ว แต่นายด่านนาโปลียังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้
    จบเกม นาโปลี งัดฟอร์มสุดเฉียบเอาชนะ ลิเวอร์พูล ขาดลอย 3-0 ส่งผลให้ "หงส์แดง" ลับแข้งไม่ชนะเป็นเกมที่ 4 ติดต่อกันแล้ว
  

 รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
        ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ซิมง มิโญเล่ต์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (โจ โกเมซ น.73), โฌแอล มาติป

(เดยัน ลอฟเรน น.62), เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ (เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก น.79), แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (คี ยานา-ฮูเฟอร์ น.74) จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (อดัม ลัลลาน่า น.62), ฟาบินโญ่ (บ็อบบี้ ดันแคน น.79), เจมส์ มิลเนอร์ (ฮาร์วี่ย์ เอลเลตต์ น.79)
อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (แฮร์รี่ วิลสัน น.62), ดิว็อค โอริกี้ (ไรอัน บริวสเตอร์ น.62) , จอร์จินโย่ ไวนัลดุม (อดัม ลูอิส น.79)
เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์
        นาโปลี (4-4-2) : อเล็กซ์ เมเร็ต - โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ (เอลเซอิด ฮีซาย น.61), คอสตาส มาโนลาส (วลาด ชิริเชส น.46), นิโคล่า มักซิโมวิช (เซบาสเตียน ลูแปร์โต้ น.61), มาริโอ รุย (ฟาอูซี่ กูลาม น.46) - ซิโมเน่ แวร์ดี้

(จานลูก้า แกตาโน่ น.61), โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ปิโอเตอร์ เซลินสกี้, ลอเรนโซ่ อินซินเย่ - อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค
(เกนนาโร่ ตูติโน่ น.74), ดรีส์ เมอร์เท่นส์ (อามิน ยูเนส น.46)
เทรนเนอร์ : คาร์โล อันเชลอตติ 

วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ลิเวอร์พูล ประกาศยืนยันคว้าตัว ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์

      ลิเวอร์พูล ประกาศยืนยันคว้าตัว ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์
กองกลางดาวรุ่งชาวอังกฤษ มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ อย่างเป็นทางการแล้ว เ หลังจากนักเตะไม่ต่อสัญญากับ ฟูแล่ม 
    เจ้าหนูเอลเลียตต์ วัย 16 ปี ปฎิเสธที่จะเซ็นสัญญาอาชีพกับ ฟูแล่ม หลังสัญญาแบบนักเตะอะคาเดมี่หมดลงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และตัดสินใจมาอยู่กับ "หงส์แดง   เอลเลียตต์ เคยสร้างประวัติศาสตร์ เป็นนักเตะอายุน้อยสุดที่ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ด้วยวัยเพียง 16 ปี กับอีก 30 วันเท่านั้น
โดยทำลายสถิติเดิมของ แม็ตธิว บริกก์ อีกหนึ่งนักเตะ "เจ้าสัวน้อย" ที่เคยทำไว้ในวัย 16 ปี กับอีก 68 วัน เมื่อปี 2007
    ทั้ลิเวอร์พูล จะต้องจ่ายเงินชดเชยจำนวนหนึ่งให้กับ "เจ้าสัวน้อย" ที่เป็นทีมปลุกปั้นนักเตะขึ้นมา ขณะเดียวกันในเวลานี้ เอลเลียตต์ ได้ไปร่วมทัพ "หงส์แดง" ที่จะเตะเกมอุ่นเครื่องกับ นาโปลี คืนวันอาทิตย์นี้แล้ว ก่อนเข้าแคมป์เก็บตัวที่ ฝรั่งเศส ต่อไป

ใครตอบโจทย์สำหรับแมนยู?




 การผ่านบอลจังหวะเข้าทำ

แฟร์นันด์ส เป็นผู้เล่นเกมรุก ธรรมชาติ แน่นอน เขาคือคนที่ตอบโจทย์ด้านนี้ เพราะในลีกโปรตุเกส ฤดูกาลที่แล้ว
แฟร์นันด์ส มีสถิติผ่านบอลจังหวะลุ้น ทำสกอร์เฉลี่ยเกมละ 3.2 ครั้ง ส่วน มิลินโควิช-ซาวิช ทำได้เพียง 1.5
ครั้งต่อเกมในศึก เซเรีย อา

แต่รายหลังจะโดดเด่น เรื่องความแม่นนำ เพราะผ่านบอลเข้าไป 79.6% ส่วน แฟร์นันด์ส อยู่ที่ 75.1%
 สรุป  หาก แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการตัวสร้างสรรค์ เกมที่แท้จริง แน่นอนว่า แฟร์นันด์ส คือคนที่ใช่ ต่อให้ความแม่นยำในการผ่านบอลโดยรวมดูด้อยกว่าอีกฝ่ายนิดหน่อยก็ตาม
การเลี้ยงบอล

แม้ แฟร์นันด์ส เป็นกลางรุก จากสถิติที่ออกมา ถือว่าเซอร์ไพรส์ทีเดียว เพราะ มิลินโควิช-ซาวิช คือคนที่เหนือกว่าในเรื่องนี้ เลี้ยงบอล โดยเจ้าตัวพาบอลผ่าน นักเตะคู่แข่งได้เฉลี่ยเกมละ 1.1 ครั้ง ส่วนสตาร์ทีมชาติโปรตุเกสวัย 24 ปี ทำได้ 0.9 ครั้งต่อเกม ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า มิลินโควิช-ซาวิช เป็นมิดฟิลด์สไตล์ box-to-box
ทักษะสูงในแบบเดียวกับ ป็อกบา เลย

 สรุป  อาจไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญอะไรมาก จากสถิติทั้งสองคน ก็แทบไม่ต่างกัน แต่ถ้า ป็อกบา ย้ายทีม คนที่ควรจะมาแทนคือ มิลินโควิช-ซาวิช
การทำประตู

   ด้านนี้ แฟร์นันด์ส ข่มมิด ฤดูกาลที่แล้ว ฤดูกาลที่เจ้าตัวฟอร์มโหดมาก เพราะกระทุ้งไปถึง 31 ประตู
การลงเล่นรวมทุกรายการ


50 นัด ถ้านับเฉพาะในลีก เจ้าตัวกดไป 19 ประตู จาก 31 นัด ทั้งๆ เป็นผู้เล่นมิดฟิลด์ สามารถทำประตูได้ทั้งสองเท้า แต่ส่วนใหญ่ เป็นเท้าขวาที่ถนัด ส่วนในฝั่ง มิลินโควิช-ซาวิช ฤดูกาลที่แล้ว ด้านทำประตูดร็อปลงไป
เพราะทำได้ 5 ประตู การลงเล่นเกมลีก 31 นัด ทั้งที่ฤดูกาล 2017/2018 ทำไปถึง 12 ประตู จาก 35 นัด

    สรุป  ข้อนี้ไม่มีอะไรต้องสงสัย ต้องการมิดฟิลด์ เก่งทั้งสร้างโอกาส และ ทำประตูเองได้ด้วย ต้อง แฟร์นันด์ส
การช่วยเกมรับ

แฟร์นันด์ส เป็นมิดฟิลด์ที่เน้นเกมบุก แต่เจ้าตัวมีสถิติ การแท็กเกิ้ลที่เหนือกว่านิดๆ ทำได้เฉลี่ยเกมละ 1.7 ครั้ง ส่วน
มิลินโควิช-ซาวิช ทำได้ 1.4 ครั้งต่อเกม ทว่าดาวเตะ ลาซิโอ เจ๋งกว่าแบบชัดๆ เรื่องของการตัดบอล
เพราะในลีกฤดูกาลที่แล้วทำได้ 27 ครั้ง


(จาก 31 เกม) ส่วน แฟร์นันด์ส ทำได้แค่ 14 ครั้ง (จาก 31 เกม) ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ แข็งแกร่ง
บวกกับบทบาทการเล่นของตัวเอง

สนาม แน่นอนว่า มิลินโควิช-ซาวิช เหนือกว่ามากในเรื่องของการช่วยเคลียร์บอล พื้นที่อันตราย ดาวเตะเซิร์บทำได้มากถึง 46 ครั้ง ส่วนสตาร์ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ทำได้ 20 ครั้ง
 สรุป  หากต้องการผู้เล่นกองกลางที่ช่วยเกมรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้อง มิลินโควิช-ซาวิช เท่านั้น
สรุปโดยรวม
 ทั้งสองเก่งเหมือนกัน แต่เก่งในคนละด้าน แฟร์นันด์ส โดดเด่นมากเรื่องเกมรุก ส่วน มิลินโควิช-ซาวิช เป็นมิดฟิลด์ box-to-box

ได้หมดทั้งรุก-รับ ดังนั้นถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้มา ย่อมถือเป็นการเสริมทัพที่ดี แต่ถ้าต้องเลือกคนใดคนหนึ่ง
ถือว่าตอบยากมาก


ไปๆ มาๆ ป็อกบา อาจจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับประเด็นนี้ด้วย เพราะถ้าเจ้าตัวไม่ย้ายไปไหน ปีศาจแดงควร
จะดึง แฟร์นันด์ส

เข้ามาช่วยสร้างสรรค์เกมรุก แต่ถ้า ป็อกบา เลือกที่จะอำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด... คนที่เหมาะสมที่สุดในการเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ดาวเตะฝรั่งเศสทิ้งเอาไว้คือ มิลินโควิช-ซาวิช

Yokohama F Marinos VS Manchester City 1-3

วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ซัดกันมันส์! 'คอสต้า'

เปิดฉากครึ่งแรกมาได้แค่ 45 วินาที กลายเป็น ตราหมี ที่ชิงขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 จากการเสียบอล อัลบาโร โอดริโอโซล่า แบ็กขวาชุดขาว โดน โมราต้า ตัดบอลไปได้ก่อนไหลเข้ากลางให้ ชูเอา เฟลิกซ์ แข้งแพงสุดของสโมสร และแทงบอลให้
ดีเอโก้ คอสต้า หลุดเข้าไปยิงเสียบเสาสองเข้าไปอย่างคมกริบ 
    เป็นลูกทีมของ ซิเมโอเน่ ที่เล่นได้คึกคักกว่า ในนาที 9 มานำได้ประตูทิ้งห่าง 2-0 จากจังหวะที่ ซาอูล ญีเกซ พาบอลถึงเส้นหลัง ปาดมากลางประตูให้ ชูเอา เฟลิกซ์ วิ่งมาทิ่มบอลด้วยขวาถึงก่อน มาร์เซโล่ เข้าไป 
    เกมเล่นกันเร็ว มันมาก อีกสองนาทีต่อมา ไอ้หนู เฟลิกซ์ วัย 19 ยังร่ายมนต์ได้อย่างยอดเยี่ยม พาบอลตะลุยขึ้นมาเองก่อน
จะกดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งถากเสาไปแบบได้เสียว
    ทว่า แค่ 13 นาที เอล โชโล่" ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกทันทีหลัง อัลบาโร่ โมราต้า มีอาการเจ็บ ก่อนจะส่ง อังเคล คอร์เรอา ลงเล่นแทน
    นาที 17 สกอร์ขยับเป็น 3-0 โกเก้โชวืเหนือไชว้หลบเกมรับมาดริดแล้วยกบอลทะลุช่องรามอสกับโครสให้ คอร์เรอา
ใช้หน้าขาพักบอลแล้วตวัดยิงด้งยขวาเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด
 นาที 28 ตราหมี หนีห่างเป็น 4-0 จากจังหวะ รามอส ตักบอลให้ โมดริช แต่ดาวเตะโครแอตไม่ขยับเข้าเล่นบอลพยามยามบังบอลเลยโดร ซาอูล ตัดบอลได้แทงต่อให้ ดีเอโก้ คอสต้า หลุดเข้าไปซัดอย่างเลือดเย็น
    เกมครบครึ่งชั่วโมงมาดริดเปลี่ยนเอา คาริม เบนเซม่า ลงแทน ลูก้า โยวิช แต่หวิดโดนเพิ่มเมื่อแอต.มาดริดได้เตะมุมฝั่งซ้าย โตมาส์ เลอมาร์ เปิดเข้าไปหน้าประตูมาริโอ เอร์โมโซ่ ขึ้นโขกโล่งๆเต็มหัวแต่บอลไม่ไกลตัว กูร์กตัวส์  เท่าไหร่เลยพุ่งทุบออกไปได้หวุดหวิด
    นาที 38 "ราชันชุดขาว" ยังได้แค่ลุ้นเมื่อ วินิซิอุส จับบอลในกรอบโทษฝั่งขวาแล้วตวัดยิงเร็วบอลพุ่งผ่านมือ ยาน โอบลัค ไปแล้วแต่ไปชนเสาไกลกระดอนออกมาเข้ามือ โอบลัค ที่หันกลับมาพอดี
    นาที 45 "ตราหมี" ไม่เพลาเครื่อง ชูเอา เฟลิกซ์ โชว์ลีลาพริ้วเข้าไปซัดในกรอบโทษโดน กูร์กตัวส์ เซฟออกมาแต่ยังตามไปเก็บบอลแล้วไหลเข้าไปในกรอบโทษให้ ดีเอโก้ คอสต้า จับบอลจะยิงแต่โดน อิสโก้ สกัดร่วงจากด้านหลังกรรมการเป่าเป็นจุดโทษทันทีและเป็นคอสตาสังหารไม่พลาดพาแอต.มาดริดนำห่าง 5-0 เมื่อหมดครึ่งแรก
    ครึ่งหลังเรอัล มาดริด เปลี่ยน 3 คนส่งเกย์เลอร์ นาบาส, ลูคัส บาสเกซ และ ดานี่ การ์บาฆาล ลงแทน กูร์กตัวส์, วินิซิอุส และ โอดริโอโซล่า
    นาที 51 สกอร์ไหลเป็นครึ่งโหล 6-0 เมื่อ ชูเอา เฟลิกซ์ โชว์ความเหลือร้ายแทงทะลุช่องให้ ดีเอโก้ คอสต้า หลุดเข้าไปชิพบอลข้าม เกย์เลอร์ นาบาส ตุงตาข่ายอย่างเหนือชั้น
    นาที 59  "ราชันชุดขาว" ตีไข่แตกเป็น 1-6 เมื่อ เอแด็น อาซาร์ กระชากบอลเข้าไปจนสุดเส้นหลังกรอบโทษแล้วเปิดเข้ากลาง ยาน โอบลัค นายด่านตราหมีปัดบอลไปโดนขา นาโช่ เปลี่ยนทางเข้าประตูไป
    เกมครบหนึ่งชั่วโมงซีดานเปลี่ยนตัวอีกชุดส่งแกเร็ธ เบล, โรดริโก้, ทาเคฟุสะ คุโบะ,ฆาเบียร์ ซานเชซ และ อาเดรียน เด ลา ฟวนเต้ ลงแทน อิสโก้, โมดริช, อาซาร์, มาร์เซโล่ และ รามอส
    นาที 63 เกมมาเดือดยิ่งขึ้นเมื่อ การ์บาฆาล เข้าสกัดช้ากลายเป็นเตะ เลอมาร์ ร่วง ดีเอโก้ คอสต้า ที่อยู่ใกล้ๆเลยตามไปเอาคืนเตะตัดขาการ์บาฆาลจังๆจนแบ๊กขวาเรอัลลุกขึ้นมาเอาเรื่องคอสต้าร้อนเพื่อนร่วมทีมต้องเข้ามาแยกก่อนที่สุดท้ายทั้งคอสต้า และ การ์บาฆาล โดนใบแดงทั้งคู่
    นาที 70 วิคตอร์ วิโตโล่ ที่ลงมาแทน ชูเอา เฟลิกซ์ ได้เพียง 3 นาทีกระชากบอลจากแดนตัวเองเข้าไปซัดในกรอบโทษบอลหนีมือ เกย์เลอร์ นาบาส เสียบเสาแรกชนิดที่ไม่มีแข้งเรอัลเข้าสกัดได้แต่วิ่งประคองพาตราหมีหนีห่าง 7-1
    
    นาที 86 นาโช่ พาบอลลุยเข้ากรอบโทษแล้วโดนชนล้มลงกรรมการเป่าเป็นจุดดทษและเป็น คาริม เบนเซม่า สังหารไม่พลาดให้ราชันชุดขาวไล่ตาม 2-7
    นาที 88 สกอร์ขยับเป็น 3-7 เมื่อ ฆาเบียร์ ซานเชซ โหม่งจังหวะแรกไปโดนเซฟออกมาก่อนเป็น อาเดรียน เด ลา ฟวนเต้ ตามซ้ำจ่อๆตุงตาข่าย
    จากนั้นไม่มีประตูเพิ่มทำให้จบเกม แอต.มาดริด เอาชนะ เรอัล มาดริด 7-3 ส่งผลให้ราชันชุดขาวของซีดานยังไม่ชนะใครในเวลา
กับเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่นที่สหรัฐฯ

    รายชื่อนักเตะที่ลงสนาม
 เรอัล มาดริด
ติโบต์ กูร์กตัวส์ - อัลบาโร โอดริโอโซล่า, นาโช่ เฟร์นานเดซ, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ วิเอยร่า - ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, อีสโก้ - วินิซิอุส จูเนียร์, ลูก้า โยวิช, เอแด็น อาซาร์
     แอต.มาดริด
ยาน โอบลัค - คีแรน ทริปเปียร์, สเตฟาน ซาวิช, มาริโอ เอร์โมโซ่, เรนาน โลดี้ - โกเก้, ซาอูล ญีเกซ, ชูเอา เฟลิกซ์, โตมาส์ เลอมาร์ - อัลบาโร่ โมราต้า, ดีเอโก้ คอสต้า

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

Rеаl Маdrid vs Аtlеtісо Маdrіd 3-1

Spurs VS Manchester 25/07/62

คว้าชัย4นัดติด5

คว้าชัย4นัดติด5  

จากชัยชนะในเกมนี้ มีประเด็นน่าสนใจให้เห็น 5 สิ่งดังนี้

    1. หนูหมากฟอร์มเยี่ยม
อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าชาวฝรั่งเศส ทำผลงานได้เยี่ยมในครึ่งแรก การเคลื่อนที่ เป็นคนยิงประตูออกนำ 1-0 ให้ ปีศาจแดง นาทีที่ 22 รวมทั้งมีจังหวะที่ซัดชนเสาด้วย
    ฟอร์มการเล่นในนัดนี้ ทำให้แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด เชื่อว่า มาร์กซิยาล น่าจะกลับมาฉายแสงได้อีกครั้งในฤดูกาล 2019/2020
2. ซิสโซโก้ น่าโดนใบแดง
มุสซ่า ซิสโซโก้ กองกลาง สเปอร์ส เล่นน่าเกลียดหลังไปย่ำใส่ แดเนียล เจมส์ ปีกตัวใหม่ แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงครึ่งแรก หากไม่ใช่เกมอุ่นเครื่องก็มีสิทธิ์ถึงใบแดงได้เลย
    จากนั้น ในเกมนี้ยังมีหลายจังหวะที่ใส่กันอย่างรุนแรงดูแล้วเล่นกันหนักเหมือนกับสู้ในเกม พรีเมียร์ลีก เลย
3. ไบยี่ เจ็บอีกแล้ว
เอริก ไบยี่ ปราการหลังไอวอรี่โคสต์ เล่นได้อย่างแข็งแกร่ง ทำผลงานเยี่ยมในฤดูกาลแรกที่ย้ายจาก บียาร์เรอัล มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2016
    ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไบยี่ โดนอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งทั้งที่ข้อเท้า หัวเข่า ทำให้ซีซั่นที่แล้วได้ลงเล่นในทุกรายการไปแค่ 18 เกมเท่านั้น
    เกมนี้ ไบยี่ บาดเจ็บหัวเข่าจนต้องโดนเปลี่ยนตัวออก หลังโดน ซน เฮือง มิน กระชากหนี และดูแล้วน่าจะรุนแรงพอสมควร
4. ไอ้หนูโกเมสยิงเหนือชั้น
อังเกล โกเมส กองกลางวัย 18 ปี ของ แมนฯ ยูไนเต็ด โชว์ลีลายิงประตูอย่างเหนือชั้น หลังทำชิ่งหนึ่งสองกับ ฆวน มาต้า หลุดเข้าไปกรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนยิงเสียบเสาสอง เป็นประตูชัยให้ ปีศาจแดง นาทีที่ 80
    โกเมส สร้างประวัติศาสตร์หลังจากลงประเดิมสนามในเกมที่ ปีศาจแดง ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 เมื่อปี 2017 ส่งผลให้เป็นนักเตะอายุน้อยสุดที่ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในลีกสูงสุดผู้ดี ด้วยวัยเพียงแค่ 16 ปี 263 วันเท่านั้น
    มีรูปร่างเล็ก แต่ โกเมส ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคเลย เชื่อว่า ในซีซั่นใหม่น่าจะได้รับโอกาสจาก โซลชา มาก
5. อาซนอันตราย
ซน เฮือง มิน กองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ ได้ลงมาเล่นให้ สเปอร์ส ในครึ่งหลัง เขาก็เข้ามาช่วยยกระดับเกมเล่นของทีมให้ดีขึ้นมาก

    ดาวเตะโสมขาวทำทุกอย่างในแนวรุกให้ "ไก่เดือยทอง" ทั้งทำทางให้เพื่อน, พาบอลเลี้ยงไปเอง, ดึงตัวประกบ และเป็นคนแอสซิสต์ให้ ลูกัส มูร่า ยิงประตูตีเสมอ 1-1
    เชื่อว่า ในฤดูกาลใหม่ อาซน ยังจะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ สเปอร์ส มีลุ้นแชมป์เหมือนเดิมได้อย่างแน่นอน

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ผีสุดฮอต

ผีสุดฮอต  
กุนซือชาวอาร์เจนไตน์จะปราศจาก อูโก้ โยริส นายประตูกัปตันทีม เดินทางกลับไปรักษาตัวที่ลอนดอนแล้วหลังป่วยเป็นทอนซิลอักเสบ
การจัดทัพก็น่าจะยึดหลักการเดิม ผสมผสานกันทั้งตัวจริง สำรอง และดาวรุ่ง แต่อาจมีการปรับ ให้พวกที่ได้ลงครึ่งหลัง

ในเกมชนะยูเว่ ผู้เล่นอย่าง ฮวน ฟอยธ์, แยน แฟร์ต็องเก้น, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่, มุสซ่า ซิสโซโก้, ลูกัส มูร่า และ แฮร์รี่ เคน สลับมาออกสตาร์ตบ้าง 
 ด้าน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เทรนเนอร์แมนฯ ยูไนเต็ด

 พาทีมเบียดชนะอินเตอร์ มิลาน 1-0 เกมไอซีซีล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติดตั้งแต่เริ่มทัวร์อุ่นเครื่อง
โดยยิงได้ถึง 7 ประตูและรักษาคลีนชีตไว้ได้ตลอด

 เกมนี้มีคิวเจอทีมจากพรีเมียร์ลีกด้วยกันอย่างท็อตแน่ม แดนมังกร ความพร้อมล่าสุด โซลชาไม่มีปัญหาอะไรรบกวน

 แต่การจัดทัพอาจเป็นไปได้ที่จะมีการปรับ ให้พวกที่ลงเป็นสำรองครึ่งหลังของเกมชนะนัดล่าสุด
    ไม่ว่าจะเป็น ฟิล โจนส์, แอชลี่ย์ ยัง, ฆวน มาต้า รวมไปถึงดาวรุ่งฟอร์มฮอต เมสัน กรีนวู้ด ได้สลับมาออกสตาร์ตบ้าง
  แดเนียล เจมส์ ดาวเตะตัวใหม่ อาจต้องสลับไปนั่งสำรองบ้าง ต่างจาก อารอน วาน-บิสซาก้า

แบ็กขวาที่ฟอร์มดีมากๆ น่าจะได้ลงอย่างต่อเนื่อง

    ขณะที่ ปอล ป็อกบา แม้จะยังตกเป็นข่าวย้ายทีมโยงกับเรอัล มาดริด แต่จะได้ลงคุมในแดนกลางเช่นเดิม
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม    

    สเปอร์ส (4-2-3-1)
 เปาโล กัซซานิก้า - ไคล์ วอล์คเกอร์ - ปีเตอร์ส, ฮวน ฟอยธ์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แอนโธนี่ จอร์จิอู - ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่, มุสซ่า ซิสโซโก้ - เอริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, ลูกัส มูร่า - แฮร์รี่ เคน
    เทรนเนอร์ : เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่
 
    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-3-3)
ดาบิด เด เคอา - อารอน แวน-บิสซาก้า, ฟิล โจนส์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แอชลี่ย์ ยัง - เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, เมสัน กรีนวู้ด - มาร์คัส แรชฟอร์ด 
    เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

Liverpool VS Sporting Lisbon 2-2 24/7-2019

โจนส์สะดุ้ง

โจนส์สะดุ้ง แฟนบอลแซวเดอลิกท์จบสกอร์คม
 ยูเวนตุส ประกาศคว้าปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ วัย 19 ปี มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

ด้วยค่าตัวในเบื้องต้น 75 ล้านยูโร (ประมาณ 2,625 ล้านบาท) จะจ่ายเพิ่มอีก 10.5 ล้านยูโร
(ประมาณ 367.5 ล้านบาท) ตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ หลังก่อนหน้านี้มีหลายทีมตามให้ความสนใจทั้ง
บาร์เซโลน่า, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ แมนเชสเตอร์

แฟนบอลทวิตเตอร์ชื่อว่า @CruijffistaV2 ทวีตข้อความว่า การจบสกอร์ที่สุดยอดของ เดอ ลิกท์ เขาไม่ได้เป็นแค่กองหลังที่สุดยอดเท่านั้น แต่ยังจบสกอร์สุดเฉียบอีกด้วย
  แฟนบอล น่าจะเป็นของ แมนฯ ยูไนเต็ด รายหนึ่ง โพสต์แซวว่า เดอ ลิกท์ นี่คือ ฟิล โจนส์ ในภาคดัตช์เหรอ?
ด้านกองเชียร์ ปีศาจแดง รายโพสต์ว่า ผลงานฟิล โจนส์ กับ เดอ ลิกท์ ช่วงปรีซีซั่น โจนส์: 3 เกม 3 คลีนชีต 1

ประตู เดอ ลิกท์: 2 เกม 0 คลีนชีต เสีย 4 ประตู ยิงเข้าประตูตัวเอง 1 ลูก
ส่วนแฟนบอลอีกรายเสริมว่า แน่ใจนะว่า ยูเวนตุส เซ็นสัญญากับ เดอ ลิกท์ หรือ ฟิล โจนส์ กันแน่?

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

Bayern Munich vs AC Milan

จบเกม ชนะ 1-0

นิก้ โควัช เทรนเนอร์ เสือใต้ พาทีมลงเล่นรายการนี้ไปแล้ว 2 นัด
ประเดิมด้วยการพ่าย อาร์เซน่อล 1-2 ตามด้วยชนะ เรอัล มาดริด 3-1 เกมนี้เดิมที โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
ชื่อเป็นตัวจริง แต่ได้รับบาดเจ็บก่อนเกมการแข่งขันจึงทำให้ ยานน์-ฟีเท่ อาร์พ ได้โอกาสลงเล่นแทน

        ด้าน มาร์โก จามเปาโล กุนซือ ปีศาจแดง-ดำ อุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นมาแล้ว 1 นัด โดยเสมอกับ โนวาร่า 1-1

เป็นการเปิดหัวนัดแรกในทัวร์นาเมนต์นี้ของทีม ความเซอร์ไพรส์อยู่ที่ จามเปาโล ให้โอกาส ดานิเอล มัลดินี่
เป็นลูกชายของเปาโล มัลดินี่ อดีตปราการหลังกัปตันทีม ลงเป็นตัวจริง โดยเจ้าหนู วัย 17 ปี รายนี้ เล่นตำแหน่งตัวรุก
    เริ่มเกมเป็น เสือใต้ เปิดเกมรุกเข้าใส่ โอกาสจะแจ้งยังไม่มี หลังโดนบาเยิร์น มิวนิค กดเข้าใส่อย่างหนัก

นาที 22 ดานิเอล มัลดินี่ ลูกชายของเปาโล มัลดินี่ ตำนานสโมสรเอซี มิลาน ได้โอกาสแปบอลเน้นๆในกรอบเขตโทษแต่บอลข้ามคานไปนิดเดียว
    มิลาน เริ่มต้นเกมของตัวเองได้ น.31 ดาวิเด้ คาลาเบรีย วิ่งเติมเกมถึงเส้นหลังแล้วปาดเรียดมาที่หน้าประตูได้ลุ้น
ไม่มีผู้เล่นปีศาจแดง-ดำ เข้าถึงบอล
ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก บาเยิร์น มาได้ประตูขึ้นนำ โจชัว คิมมิช แทงทะลุช่องให้ เลออน โกเร็ตซ์ก้า วิ่งสอดหลุดเข้าไปยิงสวนตัว จานลุยจิ ดอนนารุมม่า และผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดครึ่งแรกทันที บาเยิร์น ขึ้นนำ เอซี มิลาน 1-0      มิลาน ได้โอกาสทอง

นาที 64  แพทริก คูโตรเน่ ไส้มหล่นหลุดเข้าไปดวลกับอูลไรซ์ นายด่านเสือใต้ออกมาป้องกัน เอาไว้ได้ทัน
     ปีศาจแดง-ดำ มีโอกาสต่อเนื่อง ฮาคาน ชาลาโนกลู ยิงไกลลูกถนัด บอลไปตรงตัวของอูไรซ์ ต้องทุบทิ้งออกมา
    นาที 90 ดาวิด อลาบา ส่งบอลเข้าประตู แต่ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน


    จบเกมการแข่งขัน บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะเอซี มิลาน 1-0


    รายชื่อผู้เล่นตัวจริง
    บาเยิร์น มิวนิค : มานูเอล นอยเออร์ - นิคลาส ซือเล่, แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์, โยชัว คิมมิช, อัลฟองโซ่ เดวี่ส์ - เลออน โกเร็ตซ์ก้า, โกร็องแต็ง โตลิสโซ่, เรนาโต้ ซานเชส - โธมัส มุลเลอร์, คิงส์เล่ย์ โกมัน, ยานน์-ฟีเท่ อาร์พ
    ตัวสำรองที่ลงสนาม : สเวน อูลไรซ์, อิวาน มิฮาลเยวิช, ติอาโก้ อัลคันทาร่า, ดาวิด อลาบา, ซาร์พรีต ซิงห์,
อังเจโล่ สติลเลอร์

    เอซี มิลาน : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า - อีวาน สตรินิช, มัตเตโอ กับเบีย, เตโอ เอร์นานเดซ, ดาวิเด้ คาลาเบรีย - ฟาบิโอ บอรินี่, ลูกัส บีย่า, ฮาคาน ชาลาโนกลู, ดานิเอล มัลดินี่ - คริสตอฟ ปิออนเต็ก, ซามูเอล กาสตีเยโฆ่
    ตัวสำรองที่ลงสนาม :  แพทริก คูโตรเน่, อินโตนิโอ มิโอนิค, มาร์โก้ เบรสชานินี่

ICC 2019 Real Madrid VS Arsenal 24 / 07 / 2019

เบลลงมายิง

ศึกฟุตบอล อินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 ที่สนาม เฟดเอ็กซ์ ฟิลด์, แมรี่ แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการพบกันระหว่าง เรอัล มาดริด ที่ลงเล่นรายการนี้เป็นเกมที่สอง พบกับ อาร์เซน่อล ที่คว้าชัยมา 2 นัดติด


    ราชันชุดขาว อุ่นเครื่องในการทัวร์แดนมะกันด้วยการพ่ายแพ้ให้ บาเยิร์น มิวนิค 1-3 เกมนี้ ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด จัดทัพชุดใหญ่ส่งแนวรุกตัวใหม่ทั้ง ลูก้า โยวิช, เอแด็น อาซาร์ ประสานงานกับหอกตัวเก๋า คาริม เบนเซม่า


    ส่วนทางฝั่ง อาร์เซน่อล ของ อูไน เอเมรี่ กุนซือชาวสเปน ทำผลงานในช่วงปรีซีซั่นได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าชัยชนะ 3 นัดติดในการทัวร์สหรัฐฯ เกมล่าสุดไล่ต้อนเอาชนะ ฟิออเรนตินา 3-0 เกมนี้ลงเล่น ไอซีซี คัพ นัดสุดท้าย จัด เมซุต โอซิล

ลงดวลกับทีมเก่า ปั้นเกมร่วมกับ เฮนริค มคิตาร์ยาน ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ให้ อเล็กซองก์ ลากาแซตต์ เป็นตัวจบสกอร์
    ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาได้แค่ 2 นาที ราชันชุดขาว มีโอกาสลุ้นขึ้นนำก่อนเลย หลัง คาริม เบนเซม่า หวดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งเสาแรกแต่ยังไม่ผ่านมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ที่เซฟไว้ได้
    ไม่ถึงนาที แนวรับอาร์เซน่อลออกบอลกันพลาด เอแด็น อาซาร์ เลี้ยงเข้ากลางก่อนจ่ายผ่านให้ ลูก้า โยวิช

สอดเข้ามาอัดเต็มข้อแต่บอลยังไปติดบล็อค คาลั่ม แชมเบอร์ส
    นาที 6 ลูกทีมของ อูไน เอเมรี่ ได้ลุ้นฟรีคิกนอกกรอบบ้างหลัง โคลาซินัช เรียกฟาวล์ได้ เป็น เมซุต โอซิล ที่วิ่งมากดด้วยซ้ายเต็มแรงบอลพุ่งจน เกย์ลอร์ นาบาส ต้องทุบออกไป
     3 นาทีต่อมา กรานิต ชาคา แทงบอลให้ อเล็กซองก์ ลากาแซตต์ หลุดเข้าไปแตะหลบ นาบาส ปาดบอลไปติดมือ

นาโช่ เฟร์นานเดซ ผู้ตัดสินไม่ลังเลเป่าเป็นจุดโทษให้ไอ้ปืนใหญ่ทันที แจกใบเหลืองที่สองให้ นาโช่ เป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม เป็น ลากาแซตต์ จะสังหารจุดโทษชนเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาดให้ อาร์เซน่อล ขึ้นนำเรอัล มาดริด 1-0
    อาร์เซน่อล ที่ตัวมากกว่าได้ทีลุยเข้าใส่ลูกทีมของ ซีดาน ทันที นาที 13 เกือบหนีห่างไปอีกเม็ด เมื่อ เฮนริค มคิตาร์ยาน ซัดเต็มแรงดีที่บอลยังไปตรงตัว เกย์ลอร์ นาบาส
    ผ่านไป 15 นาที ซีเนดีน ซีดาน แก้เกมก่อนเลยหลังทีมเหลือผู้เล่นน้อยกว่า ถอดเอา ลูก้า โยวิช ออกแล้วส่ง

ราฟาเอล วาราน ลงไปเล่นแทน
    แต่กลายเป็น นาที 24 อาร์เซน่อล หนีห่างเป็น 2-0 จากความยอดเยี่ยมของคู่หูแดนหน้าไอ้ปืนใหญ่ ลากาแซตต์

ดีดบอลเร็วให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง หลุดเข้าไปดวลกับ นาบาส ก่อนจะแตะหลบแล้วซัดด้วยขวา แม้ เซร์คิโอ
รามอส จะวิ่งตามมาสกัดแต่บอลยังแรงแฉลบขาพุ่งเสยตาข่ายเข้าไป
 นาที 38 โซคราติส มารับใบเหลืองบ้างหลังไปตัดเกมใส่ โทนี่ โครส แถมอีกสองนาทีต่อมา สถานการณ์ของอาร์เซน่อลแย่ลง เมื่อต้องเหลือ 10 คนเท่ากับเรอัล มาดริด หลัง โซคราติส ไปขวาง ลูก้า โมดริด นอกกรอบ จน ทิโมธี่ ฟอร์ด

ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกแจกเหลืองที่สองให้แนวรับชาวกรีซ ใบแดงไล่ออกจากสนาม
    เกมกลับมาสูสีสู้กันสนุก โลส บลังโกส ได้เติมเกมรุกขึ้นมาบ้าง นาทีสุดท้ายเกือบได้ลุ้นตีไข่แตก หลัง ลูก้า โมดริด หยอดบอลข้ามแนวรับไอ้ปืนใหญ่ ดานี่ การ์บาฆาล ปาดจะให้ เบนเซม่า ที่ยืนโล่งๆ แต่ยังไปโดน เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ
พุ่งคว้าไว้ได้ 
    นาทีสุดท้าย โทนี่ โครส จะครอสบอลมาให้ คาริม เบนเซม่า ได้โขกเน้นๆ บอลเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล นำหน่าง เรอัล มาดริด 2-0 ทั้งสองทีมเหลือผู้เล่น 10 คนเท่ากัน
    เริ่มครึ่งหลัง ซีเนดีน ซีดาน เปลี่ยนตัวสำรองลงมา ไฮไลท์อยู่ที่การลงสนามของ แกเร็ธ เบล ที่ก่อนหน้านี้มีข่าว
ระหองระแหงกับเทรนเนอร์  นาที. 52 มาร์โก อาเซนซิโอ ตัวสำรอง ตัดบอลเข้ากลางเข้าเหลี่ยมซ้ายข้าวถนัดแล้วซัดเต็มข้อบอลพุ่งผ่านมือ มาร์ติเนซ แต่บอลไปชนเสาอย่างจัง
    หลังโหมบุกกระหน่ำ น.56 ราชันชุดขาว มาได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ อีสโก้ โชว์ทักษะเหนือชั้น ตบบอลมาให้

อาเซนซิโอ เหมือนดูเหมือนจะเข้าชาร์จ ผู้รักษาประตูแต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร แล้วบอลมาเข้ามาของ เบล จิ้มง่ายๆเข้าไป เรอัล มาดริด ไล่ตามมาเป็น 1-2
    3 นาทีต่อมา เรอัล มาดริด ตามตีเสมอได้สำเร็จ จากการประสานอันยอดเยี่ยมของเหล่าผู้เล่นสำรอง มาร์เซโล เติมเกมขึ้นมาทางซ้ายแล้วตบกลับ ให้อาเซนซิโอ ยิงด้วยซ้ายเต็มข้อเสียบใต้คานตุงตาข่าย เกมกลับมาเท่ากัน 2-2 นาที 59
    นาที. 66 มาดริด เกือบแซงนำ วินิซิอุส จูเนียร์ ครอสบอลมาให้ เบล เข้าฮอสหน้าประตูแต่ มาร์ติเนซ

ยังล้มตัวเซฟเอาไว้ได้ติดมือ
  
นาที. 75 อาร์เซน่อล ขึ้นมาได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะลูกเตะมุม บอลขลุกขลิกหน้าประตู คัลลั่ม แชมเบอร์ส ได้ตวัดยิง ติโบต์ กูร์กตัวส์ หมดสิทธิ์ป้องกันแล้วแต่เพื่อนร่วมทีมยังช่วยสกัดออกจากเส้นไว้ได้ นาที. 87 กรานิต ชาก้า วางบอลยาวจากกลางสนามให้ เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ กูร์กตัวส์ แต่นายด่านทีมชาติเบลเยี่ยม ออกมาปิดมุมได้ดีทำให้ดาวรุ่งปืนใหญ่ ยิงไปติดเซฟ
    หมดเวลาการแข่งขัน จบเกมกันไปแบบสนุก เสมอกัน 2-2 ซึ่งทำให้ทั้งสองทีมไปตัดสินหาผู้ชนะด้วยการยิงจุดโทษ และเป็นเรอัล มาดริด ที่ทำได้ดีกว่า เอาชนะไป 3-2 เก็บเพิ่ม 1 คะแนน


    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
   เรอัล มาดริด : เกย์ลอร์ นาบาส - ดานี่ การ์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, นาโช่ เฟร์นานเดซ, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ - ลูกัส บาซเกซ, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช, เอแด็น อาซาร์ - คาริม เบนเซม่า, ลูก้า โยวิช 
    ตัวสำรองที่ลงสนาม : ติโบต์ กูร์กตัวส์, แกเร็ธ เบล, มาร์เซโล่, อัลวาโร่ โอดริโอโซล่า, มาร์โก อาเซนซิโอ, อีสโก้, อาเดรียน เด ลาฟอนเต้, อัลวาโร่ ฟิดัลโก้, ไฆเม่ เซโอเน่, วินิซิอุส จูเนียร์


    อาร์เซน่อล : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ - โซคราติส, คาลั่ม แชมเบอร์ส, เซอัด โคลาซินัช - คาร์ล เจนคินสัน, โจ วิลล็อค, กรานิต ชาคา, เฮนริค มคิตาร์ยาน - เมซุต โอซิล - ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง, อเล็กซองก์ ลฟากาแซตต์
    ตัวสำรองที่ลงสนาม : นาโช่ มอนเรอัล, เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์, บูกาโย่ ซาก้า, ร็อบบี้ เบอร์ตัน

อัลเดอร์ เฮย์ AlderHeyCharity

อัลเดอร์ เฮย์ ซาบซึ่งน้ำใจอย่างมาก กับนักเตะลิเวอร์คนหนึ่ง @LFC บริจารเงิน 1 ก้อนให้กับ โรงพยาบาลเด็ก ที่ @AlderHeyCharity ในโรคโควิค 19...